Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

61 ปีโศกนาฏกรรมที่มิวนิค

news-header


วันที่ 6 กุมภาพันธ์สำหรับใครหลายๆคนก็เป็นแค่ 1 ใน 365 วันที่ดูจะเป็นปกติธรรมดาของปี


แต่สำหรับบ่ายวันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ 1958 วันที่แสนจะธรรมดา กลับเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจวงการฟุตบอลทั่วโลก 

โดยเฉพาะกับทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่มีวันลืมเลือนกับเหตุการณ์เครื่องบินตกที่มิวนิค หรือที่รู้จักกันดีในชื่อว่า "โศกนาฏกรรมมิวนิค 1958" 

จึงเป็นความทรงจำอันเจ็บปวดที่สุดของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และวันที่ประวัติศาสตร์บอกเล่าถึงเรื่องราวอันน่าเศร้า




เหตุการณ์ในครั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องสูญเสียนักเตะที่กำลังทำผลงานได้ดีในขณะนั้นถึง 8 คน ประกอบด้วย โรเจอร์ เบิร์น, เดวิด เพ็กก์, 

เอ๊ดดี้ โคลแมน, มาร์ค โจนส์, บิลลี่ วีแลน, ทอมมี่ เทย์เลอร์, เจฟฟ์ เบนท์ และ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ และเจ้าหน้าที่อีก 3 คน ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากเหตุการณ์เครื่องบินตก ในมิวนิคประเทศเยอรมนี มีผู้เสียชีวิตสิ้น 23 ราย 




เหตุดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากพวกเขาบินกลับ จากการแข่งขันกับเรดสตาร์เบลเกรด ในเกมยูโรเปี้ยน คัพ เครื่องบินที่ 609 ของสายการบินบริติช 

ยูโรเปี้ยน แอร์เวย์ส ของพวกเขา ซึ่งกรุงเบลเกรดนั้นอยู่นอกพิสัยทำการของเครื่องบินประเภทนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องหยุดพักเพื่อทำการเติมเชื้อเพลิงที่นครมิวนิคของเยอรมันเสียก่อน เนื่องจากมีน้ำมันไม่เพียงพอ ในสภาพอากาศที่เลวร้ายนัก ท้องฟ้ามีเมฆลอยต่ำ มีฝนและหิมะเต็มไปหมด หลังจากเสร็จสิ้นการเติมเชื้อเพลิง เครื่องก็พร้อมจะออกบินอีกครั้ง ผู้โดยสารทุกคนกลับเข้าประจำที่


กัปตัน เจมส์ เธน มีความพยายามขึ้นบินท่ามกลางพายุหิมะ ซึ่งนักบินได้ล้มเลิก การขึ้นบินกลางคันแล้ว 2 ครั้ง และในความพยายาม ขึ้นบินครั้งที่ 3 นี่เองที่ทำให้เกิดหายนะขึ้น เครื่องบินได้ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ก่อนจะชนรั้วสนามบินและบ้านข้างเคียง และระเบิดในที่สุด 

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 23 คน รวมถึงมีนักเตะของ "ปีศาจแดง" 8 คน และทีมสตาฟฟ์อีก 3 คน ซึ่งถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของสโมสร




ผู้โดยสาร 21 รายได้เสียชีวิตทันทีหลังเกิดเหตุ กัปตันผู้บังคับเครื่องบิน เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บ ในไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ส่วน ดันแคน เอ็ดเวิร์ด หนึ่งในนักเตะแมนยูฯ เสียชีวิตหลังเกิดเหตุได้ 15 วัน


ขณะที่ แม็ตต์ บัสบี้ ผู้จัดการทีม และ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน ซึ่งอายุเพียง 20 ปี ในขณะนั้น เอาชีวิตรอดมาได้ และมีส่วนในความสำเร็จครั้งใหญ่

ในการสร้างทีมใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยขุนพลรุ่นใหม่อย่าง จอร์จ เบสต์, น็อบบี้ สไตล์ส, ไบรอัน คิดด์ บวกกับ ชาร์ลตัน และโฟลค์ ที่เป็นเหมือนกับสัญลักษณ์ของทีมชุดก่อนและผงาดคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองได้สำเร็จในปี 1968 ซึ่งเป็นทีมแรกของอังกฤษที่ทำได้


เวลาของนาฬิกาเรือนเก่าๆข้างสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อาจจะหมุนเดินต่อไป แต่สำหรับ 15.03 ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1958 

นาฬิกาเรือนนี้ก็เหมือนจะหยุดนิ่งเช่นเดียวกับลมหายใจของทั้ง 23 ชีวิต


จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 61 ปี ที่สโมสรรวมถึงแฟนบอลจะร่วมรำลึกเหตุการณ์ ในวันที่ 6 ก.พ. ของทุกปี โดยทุกคนจะใช้รหัส 

"Flower Of Manchester" โดยจะเปลี่ยนสีแดงซึ่งเป็นสีของสโมสรในทุกที่ของสนามให้กลายเป็นสีดำเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว




REST IN PEACE BUSBY BABES



61 Year Anniversary from 06/02/1958 to 06/02/2019


The Great Team Died But We’ll Never Die.










เรื่อง/เรียบเรียง: แมนคูเนี่ยน