Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

“เอล กลาซิโก้” เวอร์ชั่น โกปา เดล เรย์

news-header



บาร์เซโลน่า อดีตแชมป์ 30 สมัยและเจ้าของแชมป์ 4 ฤดูกาลหลังสุด เตรียมทำศึกกับ เรอัล มาดริด แชมป์ 19 ครั้งในเกมรอบรองฯ ศึก โกปา เดล เรย์ ในฤดูกาลนี้


ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด เตรียมพบกับบททดสอบสำคัญหลังถูกจับไปชนกับ บาร์เซโลน่า เจ้าของแชมป์ 4 สมัยล่าสุดในรอบรองชนะเลิศของศึก โกปา เดล เรย์


ทัพ "โลส บลังโกส" กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี หลังไล่ต้อน อลาเบส 3-0 ในเกมลีกล่าสุด ซึ่งเป็นการคว้าชัยชนะตลอด 5 เกมหลังโดยยิงคู่แข่งรวมกัน 16 ประตู เติมความเชื่อมั่นก่อนลงทำศึก "เอล กลาซิโก้" เวอร์ชั่น โกปา เดล เรย์ รอบตัดเชือก เกมแรกที่คัมป์ นู คืนวันพุธนี้


เรอัล มาดริด ชนะคิโรน่าแบบไปกลับ เลกแรกที่เบร์นาเบวซัดไป 4-2 ก่อนบุกย้ำแค้น 3-1 จนทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกของศึก โกปา เดล เรย์ 

ขณะเดียวกันพวกเขาผ่านเข้ารอบ 16 ทีมบนเวที แชมเปี้ยนส์ลีก โดยมีคิวดวลกับ อาแจ็กซ์ อัมส์เตอร์ดัม ของฮอลแลนด์ และ รั้งอันดับ 3 

ของลา ลีกา โดยมีคะแนนตามหลังจ่าฝูง บาร์เซโลน่า เพียง 8 แต้ม ขณะที่เหลือโปรแกรมลงเล่นอีก 16 เกม


"ราชันชุดขาว" ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ทั้ง 3 รายการ ซึ่ง โซลารี่ ยืนยันว่ามาดริดจะต่อสู้เพื่อความสำเร็จจนถึงวันสุดท้ายและพร้อมสำหรับการทำศึกเอล กลาซิโก้ เวอร์ชั่น โกปา เดล เรย์ กับทีมยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุนย่า




บาร์เซโลน่า ดวลกับ เรอัล มาดริด ทุกรายการแข่งขันรวมกัน 272 ครั้ง ทัพอาซูลกราน่าเป็นฝ่ายกำชัย 113 ครั้ง ทีมชุดขาวชนะ 99 ครั้งและเกมลงเอยด้วยการเสมอ 60 ครั้ง


นับเฉพาะการพบกันบนเวทีลีกา สถิติสูสีคู่คีกันมาก ทีมชุดขาวชนะ 72 ครั้ง บาร์ซ่าชนะ 71 ครั้ง เสมอ 34 ครั้ง เรอัล มาดริด ยิง 286 ประตู 

บาร์เซโลน่า ยิง 287 ประตู จากการพบกัน 177 ครั้ง


"เอล กลาซิโก้" ยกล่าสุดเกิดขึ้นบนสังเวียน คัมป์ นู เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ซึ่งไม่มีซุปตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่บาดเจ็บ 

แต่ก็ไม่มีปัญหาบาร์ซ่าจัดการถล่ม เรอัล มาดริด ยับเยิน 5-1 จากการทำแฮตทริคของ หลุยส์ ซัวเรซ ก่อน จูเลน โลเปเตกี จะกระเด็นตกเก้าอี้หลังจากจบเกมนั้น


ก่อนที่วันนี้ ทัพ "โลส บลังโกส" จะยกพลมาเยือน คัมป์ นู คำรบสองของซีซั่นภายใต้การคุมทีมของเทรนเนอร์คนใหม่ ซานติอาโก้ โซลารี่ ที่แสดงความมั่นใจว่าทีมของเขาพร้อมแล้วสำหรับการทำศึก "เอล กลาซิโก้"




บาร์เซโลน่า เคยฟาดแข้งกับ เรอัล มาดริด บนเวที โกปา เดล เรย์ ก่อนหน้านี้ 33 ครั้ง สถิติของทีมอาซูลกราน่าดูเหลื่อมกว่า จากผลชนะ 14 ครั้ง เสมอ 7 ครั้ง ทีมชุดขาวชนะ 12 ครั้ง บาร์ซ่ายิง 63 ประตู เรอัล มาดริด ยิง 64 ประตู ก่อนที่โคจรมาเผชิญหน้ากันเป็นครั้งที่ 6 ในรอบตัดเชือกซีซั่นนี้ หลังทัพ 'โลส บลังโกส' เคยเขี่ยทีมเลือดหมู-น้ำเงินตกรอบรองชนะเลิศถึง 4 หน


ครั้งล่าสุดที่ทั้งสองทีมเจอกันในรอบรองฯ โกปา เดล เรย์ ย้อนไปในซีซั่น 2012-13 บาร์เซโลน่า บุกยันเสมอที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว 1-1 

ในเกมแรก แต่ทัพอาซูลกราน่าพลาดท่าพ่ายทีมชุดขาวคาถิ่นคัมป์ นู 1-3 ตกรอบด้วยสกอร์รวม 2-4




ในเกมค่ำคืนนี้ บาร์ซ่าอาจต้องเช็คอาการบาดเจ็บของ เมสซี่ ที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาขวามาจากเกมเสมอ บาเลนเซีย 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ดาวยิงอาร์เจนไตน์ทำได้แค่ฝึกซ้อมเรียกความฟิตในโรงยิมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และยังต้องแข่งกับเวลาในการฟื้นตัวเพื่อให้ลงเล่นทันในค่ำคืนวันพุธนี้


เมสซี่ เปรียบเสมือนลมหายใจของทีมอาซูลกราน่าก็ว่าได้ ขาดเขาไปเมื่อไหร่บาร์ซ่ามักจะออกอาการเป๋ทุกทีตัวอย่างล่าสุดในเกมโกปา เดล เรย์ เจอเซบีย่ารอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยนัดแรกบาร์ซ่าที่ไม่มีเมสซี่บุกไปพ่ายเซบีย่าที่ ราม่อน ซานเชซ ปิซฆวน 2-0 ก่อนนัดสองจะได้เมสซี่คืนสู่ทีม 

ก่อนจะไล่ถล่มเซบีย่าในคัมป์ นู 6-1 รวมสกอร์สองนัด 6-3 บาร์ซ่าจึงผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ




อีกหนึ่งคนที่ต้องรอลุ้นเช่นกันคือ อุสมาน เดมเบเล่ หลังพลาดการลงเล่น 4 เกมเนื่องจากเจ็บข้อเท้า ล่าสุด เดมเบเล่ ยังมีอาการป่วย

และต่อมทอลซิลอักเสบจนต้องแยกซ้อมจากเพื่อนร่วมทีมและยังต้องรอการประเมินสภาพความพร้อมจนถึงวินาทีสุดท้าย


ขณะที่ เรอัล มาดริด มาเยือนด้วยความพร้อมเหนือกว่าชัดเจน ตัวผู้เล่นสมบูรณ์ครบทุกตำแหน่ทัพ "โลส บลังโกส" คว้าชัยชนะมาตลอด 5 นัดเกม ยิงรวมกัน 16 ประตู โดยเฉพาะ คาริม เบนเซม่า ที่ฟอร์มกลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง หัวหอกชาวฝรั่งเศสกด 6 ประตูจากการลงเล่น 4 เกมหลังสุด


ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวรุ่งชาวบราซิเลียนกำลังทำผลงานดีวันดีคืนหลัง โซลารี่ ส่งอดีตดาวโรจน์ของ ฟลาเมงโก้ ลงเล่นต่อเนื่องจนเด็กวัย 18 ปีทำผลงานดีขึ้นตามลำดับ ยิง 4 ประตูและทำอีก 7 แอสซิสต์ จนมีแววว่าจะมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นทายาทในอนาคตของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้


ทัพ "โลส บลังโกส" กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆ จากการทำผลงานยอดเยี่ยมตลอด 5 เกมที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ โซลารี่ จะแสดงความมั่นใจว่าทีมชุดขาวเพลานี้พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับทัพอาซูลกราน่าแล้ว









เรอัล มาดริด จะสามารถต่อยอดสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อไปได้หรือไม่ หรือจะสะดุดหัวทิ่มที่คัมป์ นู ค่ำคืนเราคงจะทราบกัน และใครกันจะเป็นฝ่ายกำชัยในเลกแรกนี้ไปได้









-แมนคูเนี่ยน-