Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ในที่สุดแพ้เป็นแล้ว

news-header


พอเห็นสายฝนที่โปรยปรายลงมาช่วงท้ายเกมที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม แต่ไม่น่าใช่ฟ้า น่าจะเป็นแฟนผีนี่แหละ จบเกมบุกไปแพ้อาร์เซน่อล 0-2


ในที่สุดปีศาจแดงพบความปราชัยในเกมลีกนัดแรกในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จนได้


ฟุตบอลมันก็แบบนี้แหละ ทีมหนึ่งบุกชนะถึงฝรั่งเศส 3-1 อีกทีมออกไปฝรั่งเศสเหมือนกัน แต่แพ้กลับมา 1-3 มาเจอกันเอง ฝ่ายหลังชนะ 2-0


ก่อนอื่นเลย ต้องยกนิ้วให้ อาร์เซน่อล โดยเฉพาะแนวรับที่เกมนี้เล่นกันมีสมาธิ ไม่หลุดง่าย ไม่มีเหวอ อาศัยการบีบสูงและพุ่งเข้าบี้บอลอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นวิธีที่ผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชอบนัก อีกทั้ง แบรนด์ เลโน่ ก็หนียวปฏิกิริยาดี แดนกลาง 3 ตัวเข้าขา อูไน เอเมรี่ คิดถูกให้ โอซิล 

ที่ผ่านบอลดี คิดเร็วทำเร็วลงตัวจริง อาร่อน แรมซี่ย์ ทุ่มเท และเล่นเกมใหญ่ดีอยู่แล้ว ส่วน กรานิต ชาก้า ได้ลูกหนักกับวางบอลยาว บวกยิงไกล ซึ่งกองกลางชาวสวิสเคยยิงแมนฯ ยูไนเต็ด มาแล้วที่นี่เมื่อ 2 ปีก่อน




ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด เกมนี้ได้นักเตะที่หายบาดเจ็บกลับมาอย่าง เนมานย่า มาติช ขณะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มีชื่ออยู่บนม้านั่งสำรอง กุนซือ "เบเบี้เฟซ" ติดตั้งระบบ 4-4-2 แบบดั้งเดิมให้ลูกทีม โดยแดนกลาง เฟร็ด กับ มาติช เล่นคู่กันเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางแล้วให้ ดิโอโก้ ดาโล่ต์ 

เป็นปีกขวา พลางถ่าง ปอล ป๊อกบา ออกไปทางซ้าย เพื่อให้ โรเมลู ลูกากู กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เล่นเป็นหัวหอกคู่กัน


"ปีศาจแดง" ออกสตาร์ทเกมกันเอื่อยเฉือย เล่นช้า จังหวะการรับส่งบอลก็ขาดๆ เกินๆ ต่างจาก อาร์เซน่อล ยังต่อบอลกันได้แน่นอนกว่าจึงเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่าในช่วงแรก ก่อนชิงจังหวะกะซวกตาข่ายขึ้นนำก่อนได้สำเร็จ


ความผิดพลาดแรกคือแดนกลางมีน้อยและเชื่องช้าไปหน่อยจนเปิดช่องให้ กรานิต ชาก้า ได้ตะบันลูกถนัดจากนอกกรอบ เท่านั้นไม่พอ 




ดาบิด เด เคอา ยังอ่านเกมพลาดยืนตำแหน่งผิดด้วยขยับล่วงหน้าไปรอทางซ้ายของตัวเองจนขาตาย เมื่อลูกพุ่งส่ายมาอีกทาง จึงตกอยู่ในอาการ "อึ้งกิมกี๋" ไปเลย แต่เพื่อนร่วมทีมต้องรับผิดชอบด้วยกับจังหวะนี้ เฟร็ด กับ มาติช อยู่ข้างหน้านั่นสองคน แรชฟอร์ด ตามมาข้างหลัง ปล่อยให้ง้างเท้าง่ายเกิน


แม้จะครองบอลน้อยกว่า แถมถูกบีบจนทำเกมกันไม่ค่อยถนัดนัก แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาศัยจังหวะบุกแบบฉาบฉวยจนหาจังหวะทำลายตาข่ายอย่างได้น้ำได้เนื้อมากกว่า เพียงแต่จังหวะสุดท้ายไม่เด็ดขาด มิหนำซ้ำโชคก็ไม่เข้าข้างอีกตะหาก เพราะยิงไปโดนทั้งคานทั้งเสาจาก "พี่ตู้" 

โรเมลู ลูกากู และ เฟร็ด ซะอย่างนั้น มิเช่นนั้นรูปเกมอาจเปลี่ยนไปอีกแบบก็เป็นไปได้




ครึ่งหลัง โซลชาร์ แก้เกมมาดีคือ สั่งให้ลูกทีมบีบเร็วขึ้น ออกบอลให้เร็วขึ้น ซึ่งก็ทำได้ดีมาก ทำให้ครองบอลบุกได้มากกว่าชัดเจน มีโอกาสลุ้นหลายหน แต่ไม่เด็ดขาดเองในจังหวะสุดท้าย โดยเฉพาะเจ้าหนูแรชชี่ที่พลาดง่ายๆ บ่อยมาก ตัดสินใจไม่ดี ก่อนที่ เฟร็ด จะเข้าบอลเสี่ยเหลี่ยม 

จนทีมเสียจุดโทษโดนทิ้งเป็น 2-0 ทำให้ภารกิจของตัวเองยากลำบากมากยิ่งขึ้น


ว่าแล้วก็แก้เกมด้วยการถอด ดาโล่ต์ ออกจากสนามแล้วส่ง มาร์กซิยาล ลงมาเลื้อยทางซ้ายพลางขยับป๊อกบาเข้าไปตรงกลาง ก่อนจะยอมเสี่ยงแบบไม่มีอะไรจะเสียด้วยการเปลี่ยน มาติช ที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับออกแล้วเอากองหน้าดาวรุ่งอย่าง เมสัน กรีนวู๊ด ลงมาแทน โดยขยับลูกากูไปอยู่ทางขวา


หลังจากโดนลูกที่ 2 ปีศาจแดงก็เหมือนช็อตไปเลย ยิ่งเร่ง ยิ่งลนลาน แทบหาจังหวะยิงทีมปืนใหญ่ไม่ได้เลย




สิ่งที่ต้องยอมรับคือในเกมที่คู่คี่-สูสี กันแบบนี้ เป็นฝ่าย อาร์เซน่อล ที่ชิงจังหวะในการเข้าทำได้เด็ดขาดมากกว่า ใช้โอกาสที่มีแปรเปลี่ยนเป็นประตู เช่นเดียวกับที่เล่นเกมรับได้เหนียวแน่น โดยเฉพาะ แบรนด์ เลโน่ ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก ป้องกันจังหวะอันตรายๆได้หลายครั้ง


เรียกว่าไม่ใช่วันของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยสมบูรณ์แบบ ต้องรับสภาพกันไป


เพียงแต่เสียดายเท่านั้น เพราะ สเปอร์ส แพ้ เชลซี ก็เสมอ ถ้าวันนี้ผีแดงมีแต้ม จะเป็นอะไรที่โอเคมาก






การลุ้นแย่งพื้นที่ท็อปโฟร์ทั้ง สเปอร์ส อาร์เซน่อล แมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซี ยั งต้องขับเคี่ยวกันต่อไป และอาจต้องลุ้นระทึก กระทั่งนาทีสุดท้ายเลยทีเดียว...








-แมนคูเนี่ยน-