Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

โศกนาฏกรรมที่ อาบูดาบี

news-header



ทีมชาติไทยเปิดหัวเอเชียน คัพ 2019 นัดแรก โดนอินเดียถล่มแบบขาดลอย 4-1 สร้างความช็อคตกตะลึงแก่แฟนบอลชาวไทยอย่างมาก และกลายเป็นหัวข้อ ทอค ออฟเดอะ ทาวน์ ภายในชั่วข้ามคืน


จนนำมาซึ่งปฏิบัติการเชือดไก่ให้ลิงดู ในเวลา 04.00น. ตามบ้านเรา สมาคมฯ ได้ตัดสินใจปลด มิโลวาน ราเยวัช โค้ชทีมชาติไทย 

ออกจากตำแหน่งในที่สุด หลังจากทนกระแสเสียงวิจารณ์ด่าทอ จากแฟนบอลในสื่อโชลเชี่ยลไม่ไหว เพราะรับไม่ได้กับฟอร์มการเล่นที่เกิดขึ้น


มีไม่บ่อยครั้งนัก ที่จะมีการปลดโค้ชทีมชาติกลางคันในระหว่างทัวร์นาเมนต์แบบนี้ เฉพาะอย่างยิ่งหลังผ่านไปเกมแรก เพราะโดยส่วนใหญ่

หากจะไล่ก็มักจะไล่ออกก่อนทัวร์นามเนต์ หรือไล่หลังจากจบทัวร์นาเมนต์


เพียงแต่ผลงานนัดแรกของทีมชาติไทยที่ถูกอินเดียไล่ถล่มแบบเละเทะ 4-1 ซึ่งมันเกินกว่าที่แฟนบอลส่วนใหญ่จะรับได้จริงๆ




แพ้ด้วยผลการแข่งขันก็ว่าหนักแล้ว แต่นี้ยังรวมไปถึงรูปแบบการเล่น การเปลี่ยนตัว การแก้เกมที่เละเทะไปหมด แถมมีความผิดพลาดมากมายก่ายกอง เรียกว่าแพ้แบบหมดรูป ชนิดไม่มีข้อแก้ตัวใดๆสิ้น แถมมันเกิดขึ้นกับทีม อินเดีย หาใช่ทีมหัวแถวเอเชียอย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรือคู่แข่งร่วมกลุ่มอย่าง บาห์เรน และ ยูเออี เป็นเรื่องยากที่จะทำใจได้


ก่อนหน้านี้ทีมชาติไทย ก็ร่วงตกรอบรองฯ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อปลายปีที่แล้ว มันจึงเป็นไฟที่ยังครุกครุ่นอยู่ จนกระทั่งมาระเบิดแตกเป็นเสี่ยงๆในเกมล่าสุด


แพ้ครั้งนี้มันตอกย้ำว่า ฟุตบอลไทยพุ่งชนความตกต่ำ เป็นฟุตบอลที่แย่แทบทุกชุดตั้งแต่ชุดใหญ่ยันชุดเล็ก ทำไมทีมชาติทุกชุดจึงล้มเหลวหมด 

ไล่ตั้งแต่ ยู-16 จนถึงทีมชาติชุดใหญ่สองทัวร์นาเมนต์ล่าสุด




มิโลวาน ราเยวัช อาจเป็นโค้ชที่เก่ง แต่เค้าไม่เหมาะกับทีมชาติไทย การนำเสนอ แนวทางการเล่น มันผิดเพี้ยนไปมาก อย่างเกมล่าสุดที่อยู่ดีๆ 

ก็จับตัวรุกลงไปพร้อมๆกัน 3-4 คน โดยไม่มีมิดฟิลด์ตัวตัดเกมเลย ซึ่งทำให้มองกันว่า นี่คือความประมาทจนเป็นที่มาของการแพ้ยับ ในนัดนี้ 


แต่ไหนแต่ไรสไตล์การทำทีมของเขาต้องออกมาในลักษณะ "รัดกุม" แล้วโต้กลับโดยเร็ว แต่กับเกมนี้เขาทำในสิ่งที่ผิดธรรมชาติของตัวเอง 

ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้ ประมาทคู่แข่ง หรือ เพื่อเอาใจคนไทย ที่แฟนบอลส่วนใหญ่อยากเห็นทีมเล่นเกมรุก เคาะบอลสั้น ทำชิ่งสวยงามเข้าใส่ หลังโดนวิจารณ์ โจมตีหนักจากการตกรอบ ซูซูกิ คัพ มาแล้ว


รวมถึงหลายเกมๆก่อนหน้านี้ ที่ออกมาลักษณะเช่นนี้ ไม่ได้แย่กว่าเดิม แต่ก็ไม่ดีกว่าเดิมเช่นกัน สลับวนไปมาเป็นยังงี้ไม่รู้ตั้งกี่รอบ


เขามีความผิดพลาด แลผิดเพี้ยนมากกว่าความถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องแท็กติก การใช้คนที่ผิดตำแหน่ง และการแก้เกม ล้วนแล้วแต่ไม่เวิร์ค


ราเยวัช ไม่เข้าใจนักเตะดีพอ นักบอลไทยส่วนใหญ่จะมีรูปร่างที่ไม่สูงมากนัก เป็นบอลที่อาศัยความคล่องตัว เน้นการเล่นบอลบนพื้น การทำชิ่ง 

แต่ไม่ได้ถูกใช้แบบนั้น กลับใช้วิธีการอีกแบบที่ดูฝืนธรรมชาตินักเตะ




อย่างเช่น จับกองกลางตัวรุกมาเล่น กลางรับ...เอาหน้าเป้าธรรมชาติ มาเล่นปีกริมเส้น


เอาแบ็กซ้ายหุบไปเล่นกองกลาง ทั้งๆที่ สถานการณ์ตอนนั้นต้องการใครสักคนที่โยนบอล ครอสบอลสวยๆ เพื่อลุ้นโอกาสทำประตู เคสล่าสุดเกิดขึ้นกับ ธีราทร บุญมาทัน นั่นไง


ถอด "เมสซี่ เจ" ดาวเตะที่มีความสามารถสูง เลี้ยงทะลุทะลวงได้ จ่ายบอลคิลเลอร์พาสได้ ยิงประตูหรือแอสซิสต์ได้ เป็นตัวความหวังสูงสุดของทีม แต่โดนเปลี่ยนออกเฉยซะงั้น ทั้งๆ ที่เวลานั้น ทีมต้องการประตูกลับคืนมา


มันช่างคล้ายกับกุนซือชื่อดังบางคน...ที่มักจะมีการจัดตัวได้ผิดเพี้ยนแบบนี้


ซึ่งมันแตกต่างกับทีม อินเดีย ของ สตีเฟ่น คอนสแตนติน ลงเล่นด้วยแท็กติกพื้นฐาน 4-4-2 ด้วยกลุ่มนักเตะที่ไม่ได้มีชื่อเสียงนัก 

แต่ทุกคนร่วมใจเล่นเพื่อทีมสุดๆ วิ่งไม่มีเหน็ดเหนื่อยเลย เล่นได้ตามแท็กติกที่โค้ชต้องการ รีดศักยภาพนักเตะแต่ละคนออกมาใช้ได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย รู้จักวิธีเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ แต่ของไทยเองกลับประมาทเกินไป คิดว่าตัวเองเหนือกว่า ไม่ศึกษาทำการบ้านมาอย่างละเอียด จนสุดท้ายต้องพ่ายแบบหมดรูป


และความสำเร็จในเกมฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่ในสนามเท่านั้น ซึ่งผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดูแลทีมฟุตบอลควรต้องพิจารณาเองด้วย


เราเตรียมตัวกันดีพอแล้วหรือยัง ? โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลเอื้ออำนวยกับรายการใหญ่ที่ลงเตะมากน้อยแค่ไหน ? ฟุตบอลไทยลีก หวดกันนานถึง 9-10 เดือน แล้วมาลุยต่อในทัวร์นาเมนต์ระดับชาติ โดยไม่มีเวลาพักเลย ส่งผลให้นักเตะไทย "กรอบ" และ "ล้า" กันไปหมด ส่วนมากครึ่งหลังมักจะเร่งไม่ขึ้นแล้ว ไม่มีก๊อกสาม หรือก๊อกสี่ เพราะมันหมดไปตั้งแต่สองก๊อกแรกแล้ว


ตรงกันข้ามกับอินเดียเก็บตัวเป็นระยะ อีกทั้งอินเดียน ลีก เริ่มต้นแข่งขันสองลีก ช่วง ต.ค. 2018 ถึง มี.ค. 2019 นี่เท่ากับนักเตะอินเดียเล่นสโมสร

มาแล้ว 3 เดือนเต็ม กำลังมีแมตช์ ฟิตเนสส์ ความพร้อมกำลังเข้าที่เข้าทางเลย พลัง...ความแกร่งจึงให้เห็นว่ามากกว่า ส่วนของเราน่ะหราที่กรอบเป็นข้าวเกรียบหมดแล้ว ถึงตอนนี้สภาพใครดีกว่ากันละ ??




ทีนี้ไล่ ราราวัช ออกแล้ว ต่อมา " โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รับหน้าที่รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยมี "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทำหน้าที่รักษาการณ์คุมทีมต่อไปในศึกเอเชียนคัพ 2019


แต่จากนี้ไปต่างหากที่สำคัญ การเลือกกุนซือช้างศึกคนใหม่ ซึ่งต้อง "ใช่" และรู้จักกับนักเตะไทยเป็นอย่างดี รู้จักคู่แข่งระดับอาเซียน และเอเชียให้ดีกว่านี้ ต้องพิจารณาคัดสรรให้ละเอียดกว่าเดิม


หากจะหวนให้ "โค้ชซิโก้" คนเดิมกลับคืนมา คงเป็นเรื่องยากที่จะมารับงานตอนนี้ ส่วนคนสายเลือดไทยคนอื่นก็มีโปรไฟล์ที่ไม่ชัดเจน ไม่โดดเด่น อาจจะต้องพึ่งพาพวกต่างชาติที่คลุกคลีกับบอลไทยมาพอสมควร


อย่าง อเล็กซานเดอร์ กามา เป็นกุนซือต่างชาติที่ประสบความสำเร็จไม่น้อย ดูได้จากผลงาน 8 โทรฟี่กับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ ดับเบิ้ลแชมป์ กับ เชียงราย ยูไนเต็ด เมื่อปีที่ผ่านมา


หรืออาจเป็น มาโน่ เพิ่ลคิ่ง ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย สร้างชื่อกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ปลุกปั้นแข้งเทพให้เป็นทีมที่มีเกมรุกอันหน้าตื่นตา 

ตื่นใจ กระตุ้นลูกทีมได้ดี รู้จักบอลไทยดีด้วย


ทีนี้อยู่ที่บอร์ดบริหารแล้วว่า จะเลือกใคร หรือมีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ แล้วคนๆนั้นจะเป็นใคร ?









น่าสนใจว่าการเลือกผู้มาสวมหัวโขนทีมชาติไทยครั้งนี้ จะมีทิศทางไปทางไหน ถ้ายังวนลูปแบบเดิมแล้วไม่ดีขึ้นอีก ดั่งที่เคยพูดไว้ว่า "ถ้าไม่ดีขึ้น ผมจะยอมลาออกเอง" มาดูกันว่าเขาจะรักษาคำพูดตามที่เคยลั่นไว้หรือไม่












-แมนคูเนี่ยน-