Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

แพ้ของจริง

news-header



ในที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ของโซลชา ก็หยุดสถิติอันสวยหรูไม่แพ้ใครไว้ที่ 11 เกมเท่านั้น หลังโดนปรารีสบุกมายัยดเยียดความปราชัย 2-0 ในศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก


โดย ปารีสแซงต์-แชร์กแมง เป็นทีมแรกจากฝรั่งเศส ที่บุกมาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมยุโรป ถ้านับรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก แพ้ 8 เสมอ 2 แชมป์ลีกเอิง 5 สมัยหลังสุด โชว์ให้เห็นถึงคลาสบอลของนักเตะตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันศูนย์หน้า ไม่เพียงเท่านั้น ประสบการณ์เก๋าเกมในเวทียุโรปก็มีมากกว่า


จากเกมความพ่ายแพ้นัดนี้ต้องบอกว่าสู้กันไมได้ทุกอย่างที่เป็นฟุตบอล ทั้งๆก่อนเกมทีมดังจากเมืองหลวงขาดตัวหลักที่บาดเจ็บไปทั้ง เนย์มาร์ และ เอดิสัน คาวานี่ หรือ โธมัส เมอนิเย่ร์ แฟนผียังเชื่อมั่นลึกๆว่า ทีมรักจะสามารถสู้กับเปแอสแชได้อย่างสูสี


แต่สิ่งที่เกิดในสนามกลับตรงกันข้ามที่คิดไว้ ผู้มาเยือนเล่นได้ดีกว่า โธมัส ทูเคิ่ล สั่งให้ลูกทีมบีบเข้าหาบอลเร็วในทุกจังหวะใส่ผู้เล่นปีศาจแดง พลางบีบสูงถึงในแดนของคู่แข่ง จึงทำให้เกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด เดินเกมไม่ไหลลื่น ติดขัด และจ่ายบอลกันขาดๆ เกินๆ ความแม่นยำในการจ่ายก็ลดตามไปด้วย แถมจะพลิกบอลขึ้นหน้าไปทำเกมรุกไม่ถนัดตามไปด้วย




ส่วนตัวขับเคลื่อนเกมในแดนกลางอย่าง ปอล ป็อกบา ก็โดน มาร์กินญอส กับ มาร์โก แวร์รัตติ ตามบี้ติดในทุกจังหวะ ทำให้ไม่สามารถสร้างสรรค์เกมตามจังหวะของตนเองได้เลย เกมรุกของปีศาจแดงจึงทำอะไรผู้มาเยือนแทบไม่ได้เลย


แม้แมนฯ ยูไนเต็ด จะพยายามบีบเพรสซิ่งสูงใส่ เพื่อไม่ให้ เปแอสแช เซตบอลขึ้นมาจากแดนตัวเองได้ถนัด


แต่ว่าผู้เล่นของปารีส สามารถเอาตัวรอดได้ดีกว่า ด้วยการทำชิ่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ และจังหวะการเข้าทำก็มีทีมเวิร์คมากกว่า 

ตรงนี้คือความแตกต่าง คุณภาพผู้เล่นของทีมจากฝรั่งเศสมีสูงกว่า ครองบอลบุก พลางหาจังหวะจบได้มากกว่า จนนำมาซึ่งประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุม ซึ่งลูกตั้งเตะถือเป็นจุดอ่อนของแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้อยู่แล้วด้วย การประกบที่ผิดพลาดตามสุดของ เนมานย่า มาติช นำมาซึ่งการเสียประตูจาก เพรสแนล คิมเพมเบ้ ที่กระโดดเข้ามาแปโล่งๆ เลย




หลังจากโดนนำ พลพรรคปีศาจแดง พยายามเร่งเกมที่จะทวงประตูคืน


ทว่ายิ่งเร่งรีบก็ยิ่งกลายเป็นร้อนรนจนเสียบอลง่ายเกิน ก่อนโดนจังหวะโต้กลับเร็ว แล้วมาเสียอีกหนึ่งประตูจาก คีลิยัน เอ็มปั๊บเป้ เท่าครับเสีย 2 ประตู ใน 7 นาที ถือเป็นงานที่ยากมากที่จะพลิกสถานการณ์กลับมา


ต่อให้ไม่ขาดตัวหลักที่บาดเจ็บในครึ่งแรกอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด และ อ็องนี่ มาร์กซิยาลไป ก็ใช่ว่าจะชนะเปแอสแชได้ เพราะเห็นๆอยู่ว่า 3 ตัวรุก

ของผีแดงในช่วงครึ่งแรก แทบไม่สามารถสร้างความอันตรายปั่นป่วนแนวรับได้เลย พอขาดตัวหลักไป รูปเกมก็เปลี่ยนไป เสียสมดุล ไม่มีตัวพลิกแพลงได้เลย อเล็กซิส ซานเชซ ลงมาแทนมาร์กซิยาล ทว่าเขาไม่สามารถทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันได้เลย เป็นอีกหนึ่งเกมที่โดนวิจารณ์จากหลายฝ่าย




ตรงกันข้ามกับเปแอสแช แม้ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย และยังงมีขนาดทีมที่ใหญ่กว่า แถมมีคุณภาพในเชิงลึกสามารถทดแทนได้โดยไม่เสียสมดุล


นี่แหละ บอลระดับยุโรปทำอะไรพลาดนิดเดียว นี่เสียประตูทันที หนทางการเข้ารอบของปีศาจแดงนับว่ายากมากแล้ว ตามประวัติศาสตร์ฟุตบอล

ยูซีแอล ไม่เคยมีทีมไหนที่แพ้ในรอบน็อกเอาต์ด้วยผลต่าง 2 ลูกขึ้นไปคาบ้านของตัวเองนัดแรก แล้วพลิกกลับมาผ่านเข้ารอบได้เลย




หนำซ้ำวันนั้นที่ปารีสฯไร้เงา ป็อกบา ผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดของทีมอีกด้วย เรียกได้ว่าจากเกมนี้มอบบทเรียนล้ำค่าให้กับ โซลชา กับ ทีมงาน 

ในการแก้สถานการณ์ภายภาคหน้า และมองเห็นความจริงของทีมชุดนี้ด้วยว่ามันอย่างห่างไกลกับชุดที่ดีที่สุด






เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คุณภาพของปีศาจแดงก็มันได้เท่านี้แหระ หากจะก้าวขึ้นไประดับท็อปแบบในยุโรป ต้องบอกว่ายังห่างไกลมากโขเหลือเกินกับบวกบิ๊กเนมทั้งหลาย...








-แมนคูเนี่ยน-