Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

เหนื่อยใจ

news-header


 แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอทีมท้ายตารางอย่างเซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 ในเกมลีกเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาไม่ชนะในเกมลีกมา 3 นัดติดต่อกันแล้วความหวังในการลุ้นแย่งท็อปโฟร์ชักเลือนรางเข้าไปทุกที


ถ้าใครยังจำกันได้สัปดาห์ที่แล้ว ผีแดง ทำแต้มหล่นไปอย่างไม่น่าให้อภัยหลังทำได้แค่เสมอคริสตัล พาเลซแบบโนสกอร์ แถมต้องลุ้นแบบกระอักเลือดกว่าจะได้ประตูชัยในการดวลกับ ยัง บอยส์ ใน ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกต่างหาก


ฟอร์มช่วงนี้กลับมาดิ่งร่วงลงอีกครั้ง ดังนั้นการเจอเซาธ์แฮมป์ตัน ทีมที่ลุ้นหนีตายอยู่เป็นการดีที่จะเก็บชัยชนะ เรียกความมั่นใจในทีมกลับมาโดยเร็ว


ก่อนเริ่มเกม"ปีศาจแดง" เริ่มข่าวไม่สู้ดีนัก เมื่อต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะหลายคนในทีม นำโดย อเล็กซิส ซานเชซ ที่ต้องพักยาว กลับมาอีกทีก็ช่วงปีใหม่โน้นเลย


และที่น่าปวดหัวที่สุดคือ บรรดาแผงหลังที่นัดกันเจ็บโดยมิได้นัดหมาย ไล่ตั้งแต่ คริส สมอลลิ่ง, เอริก ไบยี่ และ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ 

ขณะที่ มาร์กอส โรโฮ เพิ่งจะซ้อมได้กับทีมวันเดียวเท่านั้น จึงไม่เสี่ยงลงเล่นดีกว่า




เมื่อแผงหลังประสบปัญหาเจ็บกันระนาวแบบนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลือกเล่นระบบปราการหลังสามตัว โดยถอยผู้เล่นมิดฟิลด์ธรรมชาติ

อย่าง เนมานย่า มาติช และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไปเล่นเซนเตอร์ร่วมกับ ฟิล โจนส์ ปราการหลังตัวสุดท้ายที่มีให้ใช้ในเกมนั้น


ส่วนกองหน้าวันนี้ใช้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จับคู่กับ โรเมลู ลูกากู เป็นสิ่งที่บรรดาเร้ด อาร์มี่ อยากเห็นสองคนนี้ลงเล่นคู่กันเสียที แม้ช่วงนี้ฟอร์มของทั้งสองคนจะไม่ดีเอาเสียเลย แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะตอนนี้ปีศาจแดงมีหัวหอกให้ใช้งานอยู่จำกัด ก็ได้แต่ภาวนาให้ทั้งคู่กลับมาทำประตูได้อีกครั้ง


ส่วนทีมเจ้าถิ่นเซาธ์แฮมป์ตัน ของ มาร์ค ฮิวจ์ส เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งของผู้จัดการทีมที่จะโดนปลดคนต่อไป หลังทำผลงานได้ย่ำแย่เหลือเกิน

ในฤดูกาลนี้ แข่งมา 13 นัด นักบุญเพิ่งจะชนะได้แค่นัดเดียวเท่านั้น ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาชนะต้องย้อนกลับไปในเดือนกันยายนเลยทีเดียว ก่อนเกมพวกเขาจึงรั้งอันดับ 19 รองบ๊วยของตาราง




เมื่อพิจารณาจากฟอร์ม ตัวผู้เล่น ศักยภาพของทีมแล้ว ปีศาจแดงเหนือกว่าแน่ หากเกมนี้ไม่สามารถชนะทีมรองบ๊วยนี้ได้ ต้องบอกว่า น่าผิดหวังมากๆ


เริ่มเกมมาเป็นเจ้าบ้าน ที่วิ่งสู่ฟัดเข้าหา ใส่ผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด ทันที ยื่งเมื่อรู้ว่าปราการหลังของผู้มาเยือนไม่ใช่กองหลังอาชีพด้วยแล้ว 

ทำให้พวกเขาเล่นงานตรงจุดอ่อนตรงนั่นทันที พอกดดันหนักขึ้นๆ ทำให้ปีศาจแดง ปั่นป่วนเข้าไปใหญ่ และสุดท้ายก็ต้านไม่อยู่เสียประตูแรกให้กับเจ้าบ้านไปแบบง่ายดาย ตั้งแต่ต้นเกม และดูเหมือนแผงหลังจะมีปัญหาอย่างที่ว่าจริงๆ โดยเฉพาะเซนเตอร์ทั้ง แม็คโทมิเนย์ และ มาติช เจอความเร็วของ นาธาน เร้ดมอนด์ เล่นงานจนเอาไม่อยู่ และสับสนในการยืนตำแหน่งอีก


ลูกแรกที่เสียไป เนมานย่า มาติช มีส่วนรับผิดชอบมากกว่าใคร เมื่อดันเข้าบอลพรวดใส่ เร้ดมอนด์ เป็นคนแรก ก่อนจะกลับมายืนผิดตำแหน่ง

จนปล่อยให้ สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง ยืนซัดโล่งๆ เข้าไปแบบง่ายดาย


หลังเสียประตูแรก ดูเหมือนปีซศาจแดงจะยังคงหลับใหล ไม่ฟื้นตัวซะที นักบุญยังคงเดินหน้าบุกใส่อย่างต่อเนื่อง และแรชฟอร์ด ดันไปทำฟาวล์แบบไม่ควรฟาวล์ จนเสียฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ เซดริก โซอาเรส จะยิงสุดสวยเสียบใต้คานเข้าไป


เชื่อว่าเวลานั้น บรรดา "เร้ด เดวิลส์" คงหัวเสีย และเซ็งกันเป็นแถบๆ เพราะไม่คิดว่าจะโดนทีมท้ายตารางนำห่างถึง 2 ลูก




แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามบุกเพื่อจะเร่งเอาประตูคืน ก่อนจะเป็น แรชฟอร์ด ที่ลากลุยเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนจะจ่ายให้ตู้เย็น เอ้ย ! ลูกากู หลุดไปยิงเสียบตาข่ายได้สำเร็จ ถือว่าเป็นการปลดล็อกของลูกากูได้เสียที หลังจาก่อนหน้านี้ยิงไม่ได้มา 10 นัดติดต่อกัน


อีก 6 นาทีต่อมาก็เป็น แรชฟอร์ด คนเดิม ใช้ความเร็วลากตะลุยไปยังสุดเส้นก่อนจะปาดบอลเข้าให้ อันเดร เอร์เรร่า ไขว้บอลเข้าไประตูไปแบบสุดสวยกลายเป็นประตูตีเสมออย่างรวดเร็ว


ปีศาจแดงสามารถกลับสู่เกมได้ตั้งแต่ก่อนจบครึ่งแรก ซึ่งก่อนหน้าได้ประตูบรรดาแฟนผีก็งงๆกันเป็นแถบได้มายังไงเนี่ยะ เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาก็ไม่มีวี่แวว ทิศทางที่จะได้ประตูตีเสมอเลยสักนิด


ส่วนนักบุญ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็คงช็อกไปตามๆกัน เนื่องจากพวกเขามักจะโดนอาถรรพ์คัมแบ็กเล่นงานใส่ ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาทีมนักบุญขึ้นนำคู่แข่งได้มากถึง 5 นัด แต่ทว่าพวกเขากลับเก็บชัยได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น




หลังจบครึ่งแรกแน่นอนว่าโมเมนตัมเหวี่ยงมาทางแมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ครึ่งหลังน่าจะได้เห็นปีศาจแดงเดิมเกมบุกใส่เข้าบ้านขึ้น ทว่าสิ่งที่เห็นในครึ่งหลัง แมนฯ ยุไนเต็ดกลับเล่นกันเอื่อยเฉื่อย เชื่องช้า ไม่มีการกระตือรือร้น ที่จะยิงประตูเพิ่ม เล่นราวกับทีมนำห่างอยู่อย่างนั้นแหละ


โดยเฉพาะ ปอล ป็อกบา เป็นคนที่เล่นได้น่าผิดหวังสุดในเกมนี้ แทบจะไม่ได้เห็นบอลยาวๆสวย หรือการแทงทะลุช่อง รวมถึงการส่องไกลในเกมนี้เลย เขาทำหน้าที่เป็นจอมทัพให้กับทีม แต่ดันเล่นได้ห่วย ไม่ดี ทำให้เกมรุกของทีมหายไปในทันที


ครึ่งหลังประสิทธิภาพเกมรุกทั้งสองทีมลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด จังหวะยิงมีนับครั้งได้ สดท้ายผีแดงจบลงด้วยผลเสมอติดต่อกันเป็นนัดที่สอง


นี่เป็นการไร้ชัยเกมที่ 3 ติดต่อกันอีกต่างหาก และผ่านมา 14 นัดตรงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มห่างจากเพื่อนบ้านแมนฯ ซิตี้อยู่ 16 แต้มเข้าให้แล้ว 

เลิกคิดเรื่องลุ้นแชมป์ไปได้เลย ส่วนตำแหน่งท็อปโฟร์ตอนนี้ห่างอยู่ 8 แต้ม แม้ดูไม่มาก แต่ถ้าฟอร์มยังเป็นอยู่ในตอนนี้ บอกเลยยากแน่นอน








ยิ่งกลางสัปดาห์นี้เจอกับอาร์เซน่อล ที่โชว์ฟอร์มร้อนแรงดับซ่าสเปอร์สมาเมื่อวานนี้ลง ผู้ท้าชิงท็อปโฟร์อีหนึ่งทีม หากคิดจะหวังติดท็อปโฟร์จำเป็นต้องชนะไอปืนใหญ่ให้ได้เท่านั้น ถ้าไม่อย่างนั้นเตรียมบอกลา ท็อปโฟร์ ไปได้เลย...








-แมนคูเนี่ยน-