Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

เละตุ้มเป๊ะ!

news-header


ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ขาลง ย่ำแย่ทรุดหนักสุดๆ สำหรับเชลซี


ถือเป็นผลงานที่เลวร้ายสุดๆ หลังจากเกมล่าสุดออกไปโดนแมนฯ ซิตี้ ถล่มเละ 6-0 จนหาทางกลับลอนดอนไม่ถูก เสีย 4 ประตูติดต่อกัน

จากการเล่นนอกบ้านในเกมลีกสูงสุดเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ 1990, โดนถลุงไป 10 ประตูจาก 2 เกมเยือนหลังสุดชนิดที่ยิงคืนไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว, สะกดคำว่า "ชนะ" ไม่เป็นเกมเยือนพรีเมียร์ลีก ที่พบทีมระดับ "บิ๊ก 6" 6 แมตช์หลังสุด (เสมอ 2 แพ้ 4) เป็นการแพ้ 4 เกมติดต่อกัน, แพ้ยับเยินที่สุดในการแข่งขันทุกรายนับตั้งแต่ที่โดน ฟอเรสต์ ถลุงยับ 0-7 เมื่อปี 1991, ถูก บอร์นมัธ รัวครึ่งหลัง และ เรือใบยำใหญ่ 25 นาทีแรก มันเกิดนรกอะไรขึ้นสำหรับเชลซี ??


มันเป็นไปได้ยังไง ทีมอย่างเชลซี ออกไปให้บอร์นมัธต้อนเละปล่อยให้ซิตี้รัวถล่มไม่เหลือลายแชมป์เมื่อสองปีก่อน ที่สำคัญทีมของ เมาริซิโอ 

ซาร์รี่ ที่แพ้เกมเยือนมา 3 เกมติดต่อกัน แถมยิงประตูไม่ได้อีกด้วย และแพ้ในการเล่นนอกบ้านมา 5 จาก 9 นัดหลังเลย




อย่างเกมล่าสุด "สิงห์บลูส์" ออกสตาร์ทอย่างสดใสเปิดเกมบุกใส่เจ้าถิ่น แต่จังหวะที่เผลอนิดเดียวกลับต้องสังเวยด้วยประตูจากจังหวะแมนฯ ซิตี้ ฉวยโอกาสเล่นเร็ว จ่ายมาทางขวาให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา หลุดเข้าเขตก่อนเปิดบอลแฉลบ ดาวิด ลุยซ์ บอลเลยมาถึง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงสวนตูมเดียวเสียบตาข่าย 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 3 

ลูกนี้คนที่ต้องรับผิดชอบคือ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่เลินเล่ออ่านเกมไม่ละเอียด ทิ้งพื้นที่ตัวเองเข้าไปตรงกลางซะเฉยๆ ทำให้ แบร์นาร์โด้ กลายเป็นอยู่คนเดียวโล่งๆ ก่อนนำมาซึ่งประตูออกนำ ทั้งที่ข้างในเพื่อนยืนกันเต็มไปหมด ขณะที่คู่แข่งมี เซร์คิโอ อเกวโร่ คนเดียวเท่านั้น


พอโดนลูกแรกเร็วเท่ากับแผนที่เตรียมมาใช้นั่นพังทันที ยิ่งโดนเร็วส่งผลสภาพจิตใจนักเตะทันที มันเลยทำให้เชลซีถูกซิตี้ต้อนเข้ามุมอยู่ฝ่ายเดียว และมาโดนลูกที่สองจากลูกยิงไกลเสียบตาข่ายสวยงามของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ประตูนี้ถือเป็นความยอดเยี่ยมของ "เอล กุน" อย่างแท้จริง


ทีมยิงเล่นยิ่งรวนแถมยังมามอบของขวัญให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซะอย่างนั้นในจังหวะที่ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ งัดบอลเข้าเขตโทษ 

ดาวิด ลุยซ์ โหม่งสกัดออกมาหน้าเขตโทษ แต่ รอสส์ บาร์คลี่ย์ กลับโหม่งคืนกลับหลังดื้อๆ "กุน" ที่รออยู่แล้วกลับตัวตวัดยิงด้วยซ้ายบอลกลิ้งเข้าประตูไปนิ่มๆ




แมนฯ ซิตี้ ยิ่งเล่นยิ่งสบายใจ ทำอะไรดูเหมือนง่ายไปเสียหมด จนมาได้สกอร์ที่ 4 จาก อิลคาย กุนโดกัน เหมือนทำอะไรก็เป็นเรื่องง่ายไปหมดแล้ว


จังหวะเหน่งๆจะแจ้งของเชลซี มาจาก เปโดร โรดริเกซ ก็ดันยิงไปติด เอแดร์ซอน แบบง่ายไปหน่อย หรือจะลูกวอลเล่ย์ของ กอนซาโล่ อีกวาอิน ก็ไม่ผ่านมือของมือกาวเจ้าถิ่น


เรือใบสีฟ้า พอมีโอกาสก็สามารถเปลี่ยนประตูได้ทันที ส่วนโอกาสใกล้เคียงของ เชลซี ชัดเจนว่ามาจากจังหวะที่ทำเกมบุกแบบฉับพลัน


กลับมาครึ่งหลัง แฟนสิงห์บลูส์อยากรู้ก็คือ ทีมจะยังสู้ต่อไปอีกหรือไม่ หรืออย่างน้อยๆยิงไล่มาสัก 1 หรือ 2 ประตู ก็ยังดี แต่เปล่าเลย ครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ก็ยังเล่นแบบเดิม บีบกดดันใส่คู่แข่ง และเกมรับของเชลซีก็เอาแนวรุกที่จัดจ้านของคู่แข่งไม่อยู่ก็นำมาซึ่งการเสียประตูอีกครั้ง 


ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่เล่นงาน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ได้ตลอดครึ่งแรกก็มาเรียกจุดโทษให้กับทีม และเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ สังหารเข้าไป 

เป็นแฮตทริคเกมที่สองติดต่อกันหลังเกมที่แล้วก็เพิ่งจัด อาร์เซน่อล มาสามดอก




และสุดท้ายมาโดน ดาบิด ซิลบา ที่ลงมาจ่ายทะลุช่องทางซ้ายอย่างงามให้ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ เปิดเข้ากลาง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่อยู่โล่งๆแปจ่อๆเข้าไป ถือเป็นการยืนเกมรับที่ช่องโหว่เยอะจริงๆ


จบเกมกับสกอร์ 0-6 เป็นการพ่ายแพ้ที่ย่อยยับที่สุดในยุคของ "เสี่ยหมี" โรมัน อับราโมวิช ความพ่ายแพ้ดังกล่าวส่งให้ เชลซี กระเด็นไปอยู่อันดับ 6 ของตารางแล้ว จาก 50 คะแนนที่เท่ากับ อาร์เซน่อล แม้ผลบวกประตูจะเท่ากัน แต่ทีม "ปืนใหญ่" ยิงได้มากกว่า


จากออกสตาร์ทเยี่ยม แฟนบอลแอบหวังลุ้นแชมป์ มาลุ้นแค่พื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาจนถึงนาทีนี้คงไม่ง่ายซะแล้ว




เกมรับในนัดนี้ของ เชลซี เผยให้เห็นถึงปัญหาโดยเฉพาะทางแบ็คทั้งสองฝั่งเมื่อเจอกับคู่แข่งที่มีความเร็วก็โดนเล่นงานอย่างที่เห็น การรับส่งบอลเท้าต่อเท้าก็เป็นรอง


อีกอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือการฝากบอลให้ จอร์จินโญ่ ซึ่งเป็นหมากที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ วางเอาไว้ตั้งแต่ดึงตัวมาร่วมทีม แต่เมื่อคู่แข่งจับทางได้ตามจับกองกลางทีมชาติอิตาลีรายนี้ เกมรุกของทีมก็แทบจะอัมพาตไปทันที


สถานการณ์ตอนนี้ของ ซาร์รี่ จึงดูน่ากลัวยิ่ง ส่อเป็นเหยื่อเหมือนกับ โชเซ่ มูรินโญ่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ ภาพของผู้เล่นเชลซีที่ไม่พอใจเจ้านายคนไหน รวมตัวเตะไล่เลื่อยขาเก้าอี้ให้หักผุดขึ้นในหัว แพ้อะแพ้ได้ แต่ไม่ควรแพ้แบบทุเรศสายตา นักเตะขาดความกระหายที่จะเป็นผู้ชนะ 

ปราศจากความฮึกเหิม ไร้ความมุ่งมั่น ไม่มีมาตรฐาน แพ้ขาดลอย ไม่สงสารแฟนบอลที่ตามมาเชียร์บ้างเลยหรือ


อย่าลืมว่า "เสี่ยหมี" มีประวัติชอบไล่โค้ชอยู่แล้วด้วย บางรายนี่อยู่คุมทีมไม่เต็มฤดูกาลด้วยซ้ำ หลุยส์ เฟลิเป้ สโกลารี่ 

และ อันเดร วิลลาส โบอาส นี่คือตัวอย่างต่างได้คุมทีมไม่ครบฤดูกาลก็โดนตะเพิด






ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าหาก ซาร์รี่ พาทีมกระเด็นจากท็อปโฟร์ปีนี้ เขาคงจะไม่มีสิทธิ์ได้คุมทีมต่อในฤดูกาลหน้า หรือก็ไม่แปลกหากว่าเขาจะโดนเชือดกลางคัน เมื่อประวัติศาสตร์ของเชลซีมันฟ้องโท่นโท่อยู่แล้ว








-แมนคูเนี่ยน-