Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ออสการ์ บุคคลที่ถูกลืม

news-header


ไม่รู้ว่าแฟนๆฟุตบอลยังจำชื่อของ ออสการ์ ดาวเตะทีมชาติบราซิล ซึ่งเคยเล่นอยู่ที่เชลซีอยู่ 5 ปี และเป็นคู่หูของ เอแดน อาซาร์ ด้วย


เชื่อว่าหลายๆคนในตอนนี้ อาจจะลืมชื่อ ออสการ์ ไปแล้ว หรือใครบางคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ออสการ์ คือใครวะ ? เขาเคยเป็นกำลังสำคัญของเชลซีอยู่ช่วงหนึ่งด้วยหรือ ? ชื่อของเขาจึงค่อยๆจางหายไปในโลกลูกหนัง


มันเป็นเวลาเกือบ 18 เดือนแล้วตั้งแต่มิดฟิลด์วัย 27 ปีช็อกโลกลูกหนัง ด้วยการเก็บข้าวของย้ายจาก เชลซี ไปร่วมทีม เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี 

ทีมดังในลีกจีน ด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ การมาย้ายเล่นในลีกจีนครั้งนี้ หลายคนจึงมองว่า เหมือนลดระดับฝีเท้าตัวเองไปเล่นลีกรองบ่อน ทั้งๆเขาสามารถย้ายไปอยู่ทีมใหญ่ๆในยุโรปได้อย่างสบาย แต่เขาไม่ได้คิดเช่นนั้นอย่างที่ทุกคนหวัง




หลังจากเริ่มต้นชีวิตในตะวันออกไกลด้วยความยากลำบาก เมื่อเขาพลาด 2 จุดโทษในเกมเดียว แถมยังโดนแบนถึง 8 นัด


ทว่า ตอนนี้เขากำลังกลายเป็นยอดแข้งของฟุตบอลลีกแดนมังกร กับซีซั่นที่เพิ่งผ่านพ้นไป เอสไอพีจี ผงาดคว้าแชมป์ไชนิส ซูเปอร์ลีก 

ซึ่งเป็นการล้มยักษ์อย่าง กว่างโจว เอเวอร์กรานเด้ เจ้าของแชมป์ลีก 7 สมัยก่อนหน้านั้น


และปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ออสการ์ นี่แหละที่เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้ เมื่อเขาทำลายสถิติของลีกตลอด 11 ปีด้วยการทำไป 22 แอสซิสต์ จาก 29 นัดที่ลงสนาม ไม่ใช่เพียงแค่นั้น เขายังซัดได้ถึง 12 ประตู จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาคือคนสำคัญอย่างแท้จริงด้วยค่าเฉลี่ยจะทำประตู หรือแอสซิสต์ได้ทุกๆ 76 นาทีในฤดูกาลนี้


ใช่! ความสำเร็จของเขามันมีเรื่องราวซ่อนอยู่




หลายคนอาจคิดว่าลีกจีนนั้นต่ำชั้น และการเล่นที่นั่นก็เหมือนราวกับเดินเล่นในสวนดอกไม้ ทว่าการล้มคู่ปรับอย่าง กว่างโจว เอเวอร์กรานเด้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งที่นั่นมี เปาลินโญ่ ที่กลับมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วย โดยเขายิงไปถึง 13 ประตู จาก 19 นัดที่ลงเล่น


ความรู้สึกก็คือ ออสการ์ น่าจะยังมีอะไรให้ค้นหามากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการเล่นบนภาคพื้นยุโรป


การย้ายทีมในเดือนมกราคม ปี 2017 ของเขานั้นถูกเย้ยหยันจากทั่วทุกสารทิศว่านั่นเป็นการทำลายความฝันของตัวเองในการค้าแข้งกับสโมสร

ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่จะต่อว่าเขาอย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้สนใจ แต่สำหรับใครสักคนที่คิดถึงเรื่องครอบครัวของเขาก่อนฟุตบอล


ออสการ์ ได้กล่าวเอาไว้ในทีแรกที่ย้ายมายังเอสไอพีจีว่า "นักฟุตบอลทุกคน หรือคนทั่วไปที่ทำงานต่างก็ต้องการเงินเพื่อเอามาช่วยเหลือครอบครัวของเขา"


"ผมมาจากสังคมที่ยากจนมากในบราซิล เราไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ"


แน่นอน ฟุตบอลคือเกมที่สวยงาม แต่ ออสการ์ ก็ต้องการผลตอบแทนที่ดีด้วยเช่นกัน และเขาก็ไม่เคยปิดโอกาสที่จะได้กลับไปเล่นในเวทีใหญ่อีกครั้ง อย่าง เปาลินโญ่ ดาวเตะบราซิเลี่ยนที่เคยย้ายจากลีกจีน ไปเล่นให้บาร์เซโลน่าเมื่อฤดูกาลก่อน ก็เล่นได้ไม่มีปัญหา แถมสามารถช่วยต้นสังกัดคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้อีกด้วย


เขาเคยพูดถึงโอกาสกลับมาค้าแข้งในยุโรปไว้ในปี 2017 ว่า 

"ผมหวังว่าอาจจะสองหรือสามปี หรือเมื่อตอนที่สัญญาของผมสิ้นสุดลง และผมก็ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้แล้ว เมื่อนั้นผมก็สามารถที่จะกลับไปเล่นกับทีมใหญ่ในยุโรปได้ "


และตอนนี้เขาก็ทำมันสำเร็จแล้ว ดังนั้นมันอาจถึงเวลาแล้วหรือยัง ??




ในขณะที่แข้งบราซิเลี่ยนในลีกจีนอย่าง เปาลินโญ่ และ เรนาโต้ ออกุสโต้ ยังคงติดทีมชาติบราซิล แต่กับ ออสการ์ เขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับทัพแซมบ้ามาเกิน 2 ปีเข้าให้แล้ว


การย้ายกลับไปเล่นกับทีมระดับท็อปในยุโรปอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้


ปัจจุบัน ที่ เชลซี สโมสรเก่าของเขายังคงขาดแคลนนักเตะตำแหน่งแบบนี้อยู่ และ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็คงอยากได้นักเตะสไตล์ มาเร็ค ฮัมซิค 

ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ อยู่เหมือนกัน ซึ่งออสการ์ ก็เป็นมิดฟิลด์ประเภทที่สามารถสร้างสรรค์เกม หรือยิงประตูให้กับทีมได้ และน่าจะตอบโจทย์แก่ซาร์รี่ได้


กระทั่งยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แอต. มาดริด , ยูเวนตุส และ อินเตอร์ มิลาน ต่างก็ให้ความสนใจและกำลังจับตาดูสถานการณ์อยู่เหมือนกัน








มันก็ไม่แน่ ในเร็วๆ นี้ ชื่อของ ออสการ์ ที่ถูกลืมเลือนไปพักนึง อาจจะกลับมาโลดแล่นในเวที ยุโรป อีกครั้งในความทรงจำของพวกเราทุกคนอีกครั้งก็เป็นได้








-แมนคูเนี่ยน-