Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

อนาคตที่คลุมเครือของ โอซิล

news-header


อาร์เซน่อลยุค อูไน เอเมรี่ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องจับตามองทั้งการลุ้นกลับไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้อีกครั้ง ขณะที่อนาคตของนักเตะหลายคนก็น่าสนใจเช่นกันว่าจะลงเอยอย่างไร


เมซุต โอซิล คือหนึ่งในผู้เล่นที่อนาคตการค้าแข้งเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในเวลานี้ หลังเพลย์เมคเกอร์ตัวเก่ง หลุดออกจากทีมบ่อยครั้งทั้งด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อม และไม่เข้าระบบของ อูไน เอเมรี่


ฤดูกาลนี้ โอซิล เพิ่งลงสนามไปเพียง 16 นัดจากทั้งหมด 30 นัดในทุกรายการ แบ่งเป็นเล่นครบ 90 นาที 7 นัด โดนเปลี่ยนออก 6 นัด 

และลงเป็นสำรองอีก 3 นัด ใน 12 นัดที่ไม่ได้เล่นก็มีทั้งเป็นสำรองไม่ถูกใช้งาน, ป่วย, ไม่เหมาะกับเกมที่เล่นกันรุนแรงและปะทะหนักหน่วง, เจ็บหลัง และล่าสุด "เหตุผลทางแท็กติก"


ตอนต้นปีที่แล้ว โอซิล ตัดสินใจต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไป แฟนบอลก็ต่างตั้งความหวังคงได้เห็นฟอร์มอันแท้จริงของเพลย์เมกเกอร์ที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดอีกคนในปัจจุบัน เพราะไม่มีเรื่องนอกสนามให้ต้องกังวลอะไรอีก หลังจากอำลาทีมชาติเยอรมนีเป็นที่เรียบร้อย เขาน่าจะได้ปล่อยของออกมาได้เต็มที่




แต่ผ่านมาเพียงปีเดียว คำถามเรื่องอนาคตเป็นเครื่องหมายคำถามอีกรอบ


โอซิล คือนักเตะคนสำคัญของ อาร์แซน เวนเกอร์ ถ้าไม่เจ็บไข้ได้ป่วยยังไงก็ลงตัวจริง และแทบไม่เคยถูกเปลี่ยนออกต่อให้อยู่ในช่วงฟอร์มไม่ดีก็ตาม ทว่าความสำคัญที่ว่าเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นลดลงไปมากในยุคของ อูไน เอเมรี่ ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีสไตล์การทำงานเป็นของตัวเอง 

และอยากเห็นนักเตะทุกคนทำงานอย่างหนักไปพร้อมกัน


เอเมรี่ ไม่สนนักเตะคนนั้นจะเป็นสตาร์ดัง หรือมีค่าตัว ค่าเหนื่อยแพงระดับไหน เขาสนเพียงว่าสามารถเล่นได้ตามมาตรฐานและระบบที่วางเอาไว้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ต้องนั่งสำรอง หรือไม่มีชื่อไปเลย ว่ากันตามสิ่งที่เห็นในปัจจุบัน


แฟนคลับของ โอซิล ย่อมไม่พอใจที่สตาร์คนโปรดหลุดจากทีมแบบนี้ แต่ในฐานะเฮดโค้ช เอเมรี่ ก็มีสิทธิ์ที่จะทำได้เพราะคือคนที่เลือกนักเตะลงสนามในแต่ละนัด รวมถึงรับผิดชอบกับผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น


ว่ากันว่า เอเมรี่ กับ โอซิล ขัดแย้งกันอย่างหนักเพราะกุนซือสแปนิชไม่พอใจที่สตาร์วัย 30 ปีไม่มุ่งมั่นและทุ่มเทให้กับทีมมากพอ อีกทั้งการทำทีมของ เอเมรี่ ที่เน้นการไล่เพรสซิ่งก็ยิ่งไม่เหมาะกับสไตล์โอซิล


เอเมรี่ ไม่ผิดกับการตัดสินใจในกรณีของ โอซิล ทว่าสถานการณ์ที่คาราคาซังต่อไปแบบนี้จะทำให้อาร์เซน่อลเริ่มเจอปัญหามากขึ้น


ปัจจุบัน โอซิล รับค่าเหนื่อยอยู่ที่ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ บอร์ดบริหารคงทำตัวเหมือนทองไม่รู้ร้อนไม่ได้หากต้องจ่ายค่าเหนื่อยขนาดนี้แล้วนักเตะถูกจับนั่งเป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงสนาม


โอซิล มีสัญญากับปืนใหญ่จนถึงซัมเมอร์ 2021 หรือราว 2 ปีครึ่ง นั่นหมายความว่าถ้าอยู่ครบสัญญา อาร์เซน่อลจะต้องจ่ายเงินมากถึง 45 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นตัวเลขที่มหาศาลทีเดียว


ค่าเหนื่อยของนักเตะทั้งทีมในปัจจุบันสูงกว่าอดีตที่ผ่านมามาก โอซิล คือผู้เล่นที่รับค่าเหนื่อยมากสุดในทีม แถมในช่วงเวลาเดียวกับที่ต่อสัญญาออกไป ทีมปืนใหญ่ก็หมดเงินไม่น้อยในการอัดค่าจ้างเพื่อล่อใจให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ย้ายมาร่วมทีม


การคุยสัญญาใหม่ของ อารอน แรมซี่ย์ ที่ล้มโต๊ะกลางคันก็เพราะอาร์เซน่อลจ่ายค่าเหนื่อยก้อนโตอีกไม่ได้แล้ว ทำให้ตัดสินใจเลือกที่จะรอวันแยกทางกับกองกลางทีมชาติเวลส์


ตอนนี้มีสื่อในอังกฤษต่างรายงานในทิศทางเดียวกันว่า อาร์เซน่อลอาจยอมรับฟังข้อเสนอซื้อตัว เมซุต โอซิล ในตลาดเปิดหน้าหนาวเดือนหน้านี้ รวมถึงช่วงซัมเมอร์ บาเยิร์น มิวนิค และ อินเตอร์ มิลาน กลายเป็น 2 ทีมให้ความสนใจเทพปรือมากที่สุดโดยเฉพาะฝั่ง "งูใหญ่" ที่ต้องการเพลย์เมกเกอร์เยอรมันไปสร้างสรรค์เกม


หากอาร์เซน่อลไม่ได้ใช้งานเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทางออกคือปล่อยตัวออกไปเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย ทว่าการแยกทางกับผู้เล่นระดับ โอซิล ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน




โอซิล เพิ่งต่อสัญญาไม่ถึงปี ตอนนี้มีความสุขดีกับการใช้ชีวิตในลอนดอนอย่างที่เจ้าตัวพูดอยู่หลายครั้ง ไม่ได้มีท่าทีว่าอยากจะย้ายไปเล่นให้ทีมอื่น


ทีมที่จะมาดึง โอซิล ไปร่วมทีมจะสามารถจ่ายค่าเหนื่อยระดับนี้ได้หรือไม่ อีกทั้งไม่มีอะไรรับประกันด้วยว่าอดีตแข้งเรอัล มาดริดจะเล่นได้อย่างท็อปฟอร์ม และไม่เกิดปัญหาซ้ำรอยแบบที่อาร์เซน่อลในตอนนี้


ปัจจุบัน โอซิล ก็อายุ 30 ปีแล้ว การย้ายทีมครั้งต่อไปน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย และทีมที่จะซื้อตัวก็คงประเมินได้อยู่แล้วว่าจะไม่สามารถเรียกค่าตัวได้เท่าเดิมหากต้องขายต่ออีกทอด


ในมุมตัวแทนของ โอซิล ยืนยันว่าเขายังมีความมุ่งมั่นและพร้อมปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นใหม่ของเอเมรี่ แต่ก็อย่างที่เห็นกันมันไม่ง่ายแน่นอน


ส่วนการปล่อย โอซิล ทำให้ตัวเลยรายจ่ายสโมสรลดลงจริง แต่บอร์ดบริหารก็ต้องไม่ลืมว่าในจบฤดูกาลนี้ แรมซี่ย์ คือหนึ่งคนที่ต้องไปแน่ๆ 

นั่นเท่ากับว่าหาก โอซิล ไปด้วย อาร์เซน่อลจะเสีย 2 ตัวรุกที่ดีที่สุดของทีมออกไปพร้อมๆกัน ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีต่อการสร้างทีมในระยะยาว


ราอูล ซานเยฮี ที่ก้าวขึ้นมาบริหารสโมสรแทน อีวาน กาซิดิช ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ชัดเจนและรวดเร็วเพราะขืนปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่


ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตามแต่ ที่ทำให้อนาคตของ โอซิล คลุมเครืออย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ แต่คนที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบต้องแก้ไขสถานการณ์นี้ให้ได้ และต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด











ปัญหาเฉพาะบุคคลไม่ควรปล่อยให้คารังคาซังจนนานเกินไป ไม่อย่างนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อทีมทั้งทีมรวมถึงสโมสรด้วย













-แมนคูเนี่ยน-