Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

หมดสภาพเรอัล มาดริด

news-header



หมดสภาพ สูญสิ้นทุกอย่าง ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว สำหรับ เรอัล มาดริด ในเวลานี้ เป็นฤดูกาลที่ตกต่ำ หมดสิ้นหวังอย่างแท้จริง


"ราชันชุดขาว" สูญสิ้นทุกย่างภายในระยะเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ตกรอบฟุตบอลถ้วยโกปา เดล เรย์ โดนบาร์ซ่าเขี่ยร่วง 

หนำซ้ำยังมาแพ้บาร์ซ่าต่อในเกมลีก ทำให้หมดลุ้นแชมป์ลา ลีกา ไปทันที และตามด้วยตกรอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก


ความพ่ายแพ้ในเกมกับ อาแจ็กซ์ ไม่ต่างอะไรกับการปอกเปลือยให้ทั้งโลกได้เห็น "ความจริง" ที่ซ่อนอยู่ใต้พรมที่หมักหมมมานานของทีมชุดนี้


หะแรกตอนจับสลากมาเจอกัน เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่ต้องชี้เป้าไปที่ เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเข้ารอบต่อไปแน่นอน เพราะด้วยประสบการณ์ดีกรีแชมป์ 3 สมัยซ้อนหลังสุด ตัวคุณภาพตัวผู้เล่น ก็เหนือกว่าอาแจ็กซ์ อยู่ คงไม่มีใครคาดคิดว่าอาแจ็กซ์จะเป็นฝ่ายเข้ารอบไปแทน




ทว่าความจริงมันโหดร้าย หาเป็นเช่นนั้นไม่ แม้เกมแรก ราชันชุดขาวจะบุกไปชนะที่ฮอลแลนด์ 2-1 แต่รูปเกมไม่ดีกว่าอาแจ็กซ์มากนัก 

แต่เป็นเพราะความเฉียบคมในตัวผู้เล่นที่ทำประตูได้ แต่เกมที่สองเหมือนหนังคนละม้วน อาแจ็กซ์ เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่าอย่างชัดเจนถลุง เรอัล มาดริด เละคาเบร์นาเบว 1-4 สิ้นลายแชมป์เก่า 3 สมัยซ้อน จอดป้ายเพียงแค่รอบ 16 ทีมเร็วกว่าที่คิดเอาไว้


ตอกย้ำหนักเข้าไปอีกเมื่อผลงานช่วงนี้แพ้มากกว่าชนะ รายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่ว่ากันว่ามันคือถ้วยสุดท้ายที่จะรักษาเก้าอี้กุนซือ ซานติอาโก้ โซลารี่ ได้หลังอันดับตารางในลีกห่างไกลจากคำว่าลุ้นแชมป์ โกปา เดล เรย์ ที่ถูกมองว่านี่คือรางวัลปลอบใจก็หลุดลอยไปเรียบร้อย 

เมื่อถูกเขี่ยตกรอบในถ้วยที่เคยครองความยิ่งใหญ่แบบน่าอับอาย ไอ้ครั้นจะมองหาอนาคตให้ โซลารี่ ก็แทบไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ 




อีกทั้งภาพรวมของ เรอัล มาดริด ออกมาน่าเกลียดน่าชังไม่ใช่แค่ผลแข่งขัน แต่เหมารวมไปถึงทรงการเล่นภาพรวมของทีมรูปเกมที่ไร้จินตนาการและไร้สีสัน ดังนั้นก็คงคิดเหมือนกัน โซลารี่ จะโดนไล่ออก หลังจบฤดูกาลนี้แน่ ซึ่งถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ เปเรซ ใช้มาตลอด และหากุนซือคนใหม่ที่มีฝีมือมาแทนที่


นี่คือปีที่ย่ำแย่และห่วยแตกที่สุดในประวัติศาสตร์ของ เรอัล มาดริด เท่าที่เคยมีมา ทุกอย่างในทีมเละตุ้มเป๊ะเทะ ไล่ตั้งแต่การบริหารเบื้องบน

อย่าง ท่านประธาน ฟลอเรนติโน่ เปเรซ สู่เบื้องล่างในมือของกุนซือคนปัจจุบัน อย่างที่ทราบกันดีว่าเจ้าของทีมจัดการบริหารผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง หลังจากทีมปล่อยตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยไม่มีตัวตายตัวแทนระดับท็อป แข้งเกรด เอ เข้ามา แต่คนที่เข้าเป็นหัวหอกเกรดธรรมดา 

มาเรียโน่ ดิอ๊าซ แทน หนำซ้ำพุ่งเป้าไปที่การซื้อนายทวารคนใหม่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ มากเกินไป ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าทีมไม่มีปัญหาตรงจุดนี้แม้แต่น้อยในเมื่อ เกย์ลอร์ นาวาส ยังทำหน้าที่เหนียวหนึบอยู่ การตามหานักเตะประเภท"แมตช์ วินเนอร์" ชี้เป็นชี้ตายให้ทีมที่สำคัญต่างหาก




ท่านประธาน เปเรซ คือคนที่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบนี้ไม่ได้เลย เขาคิดถึงแต่ผลกำไร ให้ความสำคัญในแง่ของการตลาดเป็นหลัก ไม่สนใจในผลงานในสนาม เรื่องการซื้อตัวผู้เล่นใหม่ดันไม่สนใจใยดี ทำอะไรไม่ชัดเจน การเสริมทัพก็ล้มเหลวอย่างที่เห็น ปล่อยให้นักเตะรุ่นใหญ่หลายๆ คน

ที่เริ่มหมดไฟ ขาดแรงกระตุ้นที่ดีได้แบกภาระหนักต่ออีกปี ขณะที่ ซีเนดีน ซีดาน ชิ่งหนีไปก่อนเมื่อรู้ว่าคุณภาพทีมๆ นี้มาถึงทางแยกเรียบร้อย 


ก็อย่างที่ทุกคนได้เห็นคีย์แมนหลายคนฟอร์มตกพ่วงด้วยนักเตะบาดเจ็บไม่เว้นวัน ขุมกำลังสำรองทดแทนไม่ได้ ใช่หรือไม่? เปเรซนี่แหละคือคนที่สำคัญที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของสโมสรกำลังลดลงเรื่อยๆ


ดังนั้นเปเรซ ควรรีบเทคแอคชั่น ในซัมเมอร์นี้ เรอัล มาดริด ภายใต้การบริหารงานของเขาจะเดินหน้าคว้านักเตะระดับซูเปอร์สตาร์เข้าทีมให้ได้ 




เพราะสโมสรแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนนักเตะชั้นยอดของโลกลูกหนัง ไล่ตั้งแต่ หลุยส์ ฟิโก้, เดวิด เบ็คแฮม และโรนัลโด้ เพื่อดึงจิตวิญญาณความเป็น เรอัล มาดริด ให้กลับคืนมา ทำทุกอย่างเพื่อคลี่คลายสถานการณ์เลวร้ายนี้ลงให้ได้ ต้องไม่ใช้ มาเรียโน่ หรือ บราฮิม ดิอาซ งี้ มันไม่ใช่มาดริดแล้วแบบนี้


รวมถึงควรมีกุนซือตัวท็อปอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, อันโตนิโอ คอนเต้, โชเซ่ มูรินโญ่ หรือแม้กระทั่ง ซีเนดีน ซีดาน ที่จะเข้ามากู้วิกฤตได้ แต่ "ซิซู" จะเอาด้วยหรือเปล่านี่ซิ ยังเป็นปัญหา


เปเรซ ต้องยอมรับว่ามันหมดยุคแล้วสำหรับ เรอัล มาดริด ชุดนี้แล้ว จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ถ่ายเลือดครั้งใหญ่ ผู้เล่นแกนหลักหลายคนที่ผลงานย่ำแย่จะต้องถูกขายออกจากทีม ไม่มีการประวิงเวลาหรือยื้อยุดอีกต่อไป


เขาเป็นคนสร้างให้แบรนด์ของ เรอัล มาดริด กลายเป็นสินค้าเกรดพรีเมียมท็อปของห้างชนิดที่ใครต่อใครต้องเหลียวมอง เชื่อว่าคงไม่ปล่อยให้สิ่งที่เขาสร้างมากับมือถูกทำลายย่อยยับไปต่อหน้าต่อตา







ถึงเวลาแล้วที่ เปเรซ กับบอร์ดบริหารต้องทำให้คนทั้งโลกเห็นอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นตัวเขาเองที่หมดยุคและล่มสลายไปในที่สุด…






-แมนคูเนี่ยน-