Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

สุดยอดผู้จัดการทีม ชั่วคราว

news-header


ถึงตอนนี้คงปฎิเสธไม่ได้เลยว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือกุนซือที่มาแรงที่สุดในปัจจุบัน ด้วยผลงานที่เสกให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บินสูงอยู่ในขณะนี้


โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่บุกโค่น ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างยอดเยี่ยม ต่อให้คุณไม่ได้มีความเกี่ยวของกับ "ปีศาจแดง" ก็คงจะไม่ตระหนี่กับการปรบมือเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ผู้นี้เป็นแน่


กุนซือหน้าทารกพาทีมจากที่รั้งในอันดับ 6 มายาวนานแทบไม่มีหวังในการลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์ จนเบียดขึ้นมาอยู่ในท็อปโฟร์ได้สำเร็จ, 

และพาทีมทะลุเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเอฟเอ คัพ รวมถึงในฟุตบอลยุโรป มันคือความสุดยอดอย่างไม่ต้องสงสัยเลย


กำลังใจของทีมพุ่งถึงขีดสุด นักเตะทุกคนเรียกได้ว่าอยู่ในฟอร์มการเล่นที่พีคที่สุดในฤดูกาลนี้ ทำให้ทีมกลับมาเป็นเครื่องจักรแห่งการยิงประตู 

นำบรรยากาศเก่าๆเหมือนเมื่อครั้งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีมให้กลับมาอีกครั้ง


แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีการมอบสัญญายาวอย่างเป็นทางการ แต่ดูแล้วยังไงก็คงไม่น่าจะผิดเพี้ยนไปจากนี้ เพราะทั้งแฟนบอลและนักเตะต่างก็ชูมือสนับสนุนกันอย่างเต็มที่


ยิ่งถ้าจบฤดูกาลด้วยการมือแชมป์ติดไม้ติดมือล่ะก็คะแนนจะยิ่งท่วมท้นขึ้นกว่าเดิมอีก จากที่ตอนนี้ก็ถูกเทใจให้เต็มๆอยู่แล้ว


และที่ผ่านมาก็มีกุนซือไม่น้อยที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะกุนซือ "ชั่วคราว" ส่วนหลังจากได้สัญญายาวแล้วจะเป็นยังไงนั้น ก็ให้มันเป็นเรื่องหลังจากนั้นไปละกัน



เคนนี่ ดัลกลิช (ลิเวอร์พูล)



ตำนานกุนซือของ ลิเวอร์พูล คนล่าสุดที่พา "หงส์แดง" ผงาดคว้าแชมป์ลีกย้อนไปเมื่อปี 1990 ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับสโมสรทั้งสมัยเป็นนักเตะและกุนซือ


หลังประสบความสำเร็จกับทีม ดัลกลิช ก็ได้ไปคุมทีม แบล็คเบิร์น นิวคาสเซิ่ล รวมถึงช่วงสั้นๆกับ เซลติก ก่อนที่ ราฟาเอล เบนิเตซ จะเชิญให้มารับงานคุมทีมอคาเดมี่ของสโมสร ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็น รอย ฮ็อดจ์สัน


แต่ผลงานอันย่ำแย่ช่วงออกสตาร์ทฤดูกาล 2010/11 ทำให้ มีการปลด ฮ็อดจ์สัน ออกจากตำแหน่ง ก่อนที่แฟนบอลจะพากันสนับสนุนให้ ดัลกลิช ขึ้นมารับงานกระทั่งเดือนตุลาคมก็รับหน้าที่คุมทีมชั่วคราว


ดัลกลิช ออกสตาร์ทด้วยการพาทีมไม่แพ้ในลีกมา 8 เกมติด ช่วยให้ทีมจากรั้งอันดับ 12 กระโดดขึ้นมาอยู่ในครึ่งบนของตาราง พร้อมกับการพาทีมให้กลับมาเป็น "เครื่องจักรถล่มประตู" อีกครั้ง โดยมี หลุยส์ ซัวเรซ เป็นดาวยิงประตูจำทีม


หลังจบฤดูกาลดังกล่าว "คิง เคนนี่" ได้รับสัญญาสามปีเป็นรางวัลตอบแทน แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในลีก แต่ก็ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ 

มาครอง ถือเป็นแชมป์แรกของสโมสรในรอบ 6 ปี โดยยิงพาทีมเข้าชิงเอฟเอ คัพด้วยแต่พ่ายให้กับ เชลซี 1-2


แต่จากผลงานที่ไม่ดีนักในลีกที่จบอันดับ 8 แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 ทำให้สุดท้ายต้องแยกทางกันไป




ทิม เชอร์วู้ด (สเปอร์ส)




ก่อนที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" จะได้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มานั่งคุมทีมยาวจนถึงปัจจุบัน เคยมีช่วงที่ใช้เทรนเนอร์ชั่วคราวมาก่อนหน้า ก็คือ 

ทิม เชอร์วู้ด นั่นเอง


อดีตเทรนเนอร์ สเปอร์ส พัฒนาจากผู้ช่วยโค้ชสมัย แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ นั่งเก้าอี้กุนซือก่อนขึ้นมารับงานคุมทีมเต็มตัวเมื่อเดือนธันวาคม 2013 

หลังจากที่ อันเดร วิลลาช-โบอาช โดนปลดออกจากตำแหน่งไป


เชอร์วู้ด คุมทีมแพ้เพียง 6 จาก 22 เกม ช่วยให้ทีมจบที่อันดับ 6 ของตาราง คว้าตั๋วไปลุยยูโรปา ลีกได้สำเร็จ โดยได้สัญญา 18 เดือนกับทีม


แต่ว่าเจ้าตัวก็ไม่ได้คุมทีมจนครบสัญญาที่เซ็นกันไว้ แต่โดน ดาเนี่ยล เลวี่ ปลดจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้ง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ดึงมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน รับตำแหน่งแทนนั่นเอง


เชอร์วู้ด จากไปพร้อมสถิติคุมทีมรวมทุกรายการ 28 เกม ชนะ 14 เสมอ 4 แพ้ 10 คิดเป็นเปอร์เซ็นต์พาทีมเก็บชัยชนะก็ 50 เปอร์เซ็นต์พอดิบพอดี




กุส ฮิดดิ้งค์ (เชลซี)




กุนซือคนเดียวที่ในลิสต์ที่นั่งเก้าอี้ชั่วคราวถึงสองหนกับสโมสรเดียว คนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเทรนเนอร์ที่มีฝีมือมากที่สุดในวงการฟุตบอล


กุส ฮิดดิ้งค์ รับงานคุมทีมชั่วคราวกับ เชลซี 2 หนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และทั้งสองหนนั้นเจ้าตัวเดินจากสโมสรด้วยการพาทีมอยู่ในอันดับที่เหนือกว่าตอนเข้ารับงาน


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 ในครั้งแรกที่เข้ารับงานขัดตาทัพให้ "สิงห์บลูส์" แทนที่ ลุยซ์ เฟลิป้ สโคลารี่ ระยะเวลาเพียง 3 เดือนเศษ ฮิดดิ้งค์ 

พาทีมแพ้แค่เกมเดียวจาก 22 เกมทุกรายการ พร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพด้วย ส่วนในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปโดนประตูของ อันเดรส อีเนียสต้า ในช่วงทดเจ็บของเลกที่สองรอบรองชนะเลิศ ทำให้ทีมตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย


ส่วนหนที่สองในปี 2015/16 เข้ารับงานแทนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่พาทีมทำผลงานอย่างย่ำแย่ โดยเจ้าตัวทำสถิติไม่แพ้ใคร 12 เกม ช่วยให้ทีมปีนจากที่ 16 พาจบที่อันดับ 10 ของตารางเมื่อจบฤดูกาล




โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ (เชลซี)




จากมือขวาของ อันเดร วิลลาช-โบอาช ในปี 2011 สู่ตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวในเดือนมีนาคม 2012 หลังจากที่เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกสโดนปลดออกจากตำแหน่งไป


สัญญาระยะสั้นจนจบฤดูกาล แต่กุนซือชั่วคราวคนนี้กลับพาทีมได้แชมป์รายการสุดปรารถนาของ โรมัน อบราโมวิช อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

มาครองอย่างยิ่งใหญ่ แถมยังมีแชมป์เอฟเอ คัพติดมือมาอีกรายการด้วย


เวลาเพียง 3 เดือนในตำแหน่ง ดิ มัตเตโอ พาทีมได้แชมป์ถ้วยที่ "เสี่ยหมี" รอคอยมาเกือบ 10 ปี กลายเป็นทีมแรงแห่งกรุงลอนดอนที่ได้แชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปไปครอง


และไม่ต้องแปลกใจเลยด้วยผลงานระดับนี้ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลี่ยนจึงได้รับสัญญา 2 ปีหลังความยอดเยี่ยมนั้น แต่ผลงานกลับไม่เป็นเหมือนเดิมหลังฤดูกาลผ่านไปเพียง 3 เดือนก็โดนปลดจากตำแหน่งไป ซึ่งคนที่เข้ามาแทนก็คือ ราฟาเอล เบนิเตซ ที่พาทีมคว้าแชมป์ยูโรปา ลีกในปีนั้นมาครองได้สำเร็จ







เรื่อง/เรียบเรียง: แมนคูเนี่ยน