Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

สถานีต่อไป ปารีสฯ

news-header


ยังคงเป็นอีกเกมหนึ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นได้ดีมากๆ เก็บชัยชนะเป็นนัดที่ 10 แล้ว สำหรับกุนซือรักษาการอย่าง โซลชา


ด้วยโปรแกรมในเดือนนี้มันหนัก และโหดทะลุนรก ที่รอ แมนฯ ยูไนเต็ดอีก 3 นัดข้างหน้า ทั้ง เปแอสแช (แชมเปี้ยนส์ ลีก) เชลซี (เอฟเอ คัพ) 

และลิเวอร์พลู (พรีเมียร์ ลีก) มันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า ทำไม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จึงต้อง โรเตชั่น ถึง 5 คนในเกมนี้


ดิโอโก้ ดาโล่ต์ , คริส สมอลลิ่ง, ฟิล โจนส์ ได้ลงตัวจริงแทน แอชลี่ย์ ยัง กับ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ และ เอริก ไบยี่ ในแผงหลัง 

ขณะที่ ฆวน มาต้า กับ โรเมลู ลูกากู ได้ลงเล่นแทน เจสซี่ ลินการ์ด กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด  ส่วนกองกลางยังเหมือนเดิมทั้ง อันเดร์ เอร์เรร่า, เนมานย่า มาติช และ ปอล ป็อกบา เพียงแค่เห็นรายชื่อก่อนลงสนาม เชื่อว่าแฟนผีบางคนอาจรู้สึกกังวลเล็กน้อย 


เพราะนักเตะบางคนเพิ่งจะหายเจ็บกลับมาลงนัดแรกอย่าง สมอลลิ่ง รวมถึงแดนหน้าอย่าง มาต้า และ ลูกากู มันคล้ายกับนัดที่เสมอเบิร์นลี่ย์ 2-2 ในนัดนั้นก็โรเตชั่น และจัดตัวไม่เต็มสูบลงไปเหมือนกัน แต่ท้ายที่สุดก็ยังเชื่อลึกๆว่า สุดท้ายแล้วปีศาจแดงน่าจะเก็บชัยได้




โดยเริ่มเกมมา ฟูแล่ม มาแบบผิดคาดเลย คิดว่าจะเล่นแบบรับแน่น และสวนกลับ แต่เปล่าเลย รานิเอรี่กลับสั่งให้ลูกทีมเป็นฝ่ายชิงจังหวะบุกใส่ตั้งแต่แรกเลย พลางบีบเข้ากดดันอย่างรวดเร็ว


พอเจอวิธีการเล่นแบบนี้เข้าไป แมนฯ ยูไนเต็ด เลยตกเป็นฝ่ายตั้งรับ โดยถูกกดอยู่หน้ากรอบเขตโทษเป็นเวลาประมาณ 5-6 นาทีเลยทีเดียว 

แต่ก็รอดตัวมาได้ เพราะเกมรุกของเจ้าถิ่นนั้นขาดความเด็ดขาดในการทำประตู


หลังจากนั้นปีศาจแดง เริ่มครองบอล ตั้งเกมของตัวเองขึ้นมาได้ และมาได้ประตูจากการเล่นเกม counter attack ซึ่งนับตั้งแต่โชลซาเข้ามา 

ปีศาจแดงเล่นเกมสวนกลับได้อันตรายมาก จากนักเตะ 3 คน เริ่มที่เอร์เรร่า จ่ายบอลง่ายๆ แต่ timing ดีมาก ไหลเข้าเท้ามาร์กซิยาล จากนั้นก็ส่งให้ป็อกบาทันที่โดยไม่รอช้า และจัดการยิงเข้าเสาแรกเข้าไปแบบสุดสวย เป็นอีกครั้งที่ "เฟร้นซ์ คอนเนคชั่น" ทำงานอีกแล้ว เป็นทีมเวิร์คการเล่นที่จังหวะลงตัวและลื่นไหลสุดๆ




จากนั้นอีก 9 นาทีต่อมา ก็หนีห่างเป็น 2-0 ประตูนี่คือ ซิกเนเจอร์ของมาร์กซิยาลอย่างแท้จริง การไปกับบอลได้เร็วและอันตราย การโยกหลบเลี้ยงกินตัวในระยะประชิด และปิดท้ายด้วยการจบสกอร์ที่เฉียบคม เรียกได้ว่า ฉลองสัญญาใหม่ที่น้องหมากฝากอนาคตไว้กับสโมสรแห่งนี้ด้วย


จบครึ่งแรกสกอร์ที่นำห่างถึง 2 ลูก มันก็ช่วยให้เล่นครึ่งหลังของป๊สาจแดงสามารถเล่นแบบสบายๆ ไม่กดดัน แถมได้ถนอมแข้งและเซฟแรงไปในตัวอีกด้วย


พอในครึ่งหลังผีแดงก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจากจุดโทษของ ปอล ป็อกบา พร้อมปิดเกมได้เสร็จสรรพ ไล่ตั้งแต่เกมรับที่เล่นได้เนี๊ยบมากๆ 

โดยเฉพาะคู่หูเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง คริส สมอลลิ่ง กับ ฟิล โจนส์ ที่เล่นได้ดีเกินคาด โดยเฉพาะสมอลลิ่งที่หายหน้าหายตาจากอาการบาดเจ็บไปนาน กลับมาลงเล่นนัดแรกถือว่าทำได้ดีทีเดียวเลย แม้ช่วงแรกอาจจะออกลูกมั่วๆสักพักนึงก็ตาม




ป็อกบา โดนเด่นชนิดที่ว่าขาดไม่ได้ ขาดแล้วขาดใจ ทำประตูในเกมลีกทั้งตอนอยู่กับ ยูเวนตุส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมกันครบ 50 ลูกเรียบร้อย และ ยิง 11 ลูกครั้งแรกต่อหนึ่งซีซั่น มีส่วนร่วมในการทำ 13 ประตูจากการลงสนาม 9 นัดในศึก พรีเมียร์ ลีก โดยแบ่งเป็นการทำ 8 ประตู และ ผ่านบอล 5 ครั้ง เป็นคำตอบบ่งบอกอย่างชัดเจน นอกจากนั้นทำให้คนอื่นๆรอบข้างเล่นดีไปด้วย อย่าง เอร์เรร่า ผึ้งงานจอมขยันบดบี้คู่แข่งอย่างแข็งขัน มาติช ไหลลื่น มีพลัง และยืนตำแหน่งได้เยี่ยม


จริงๆ เกมนี้น่าจะชนะได้อย่างน้อย 4 หรือ 5 ลูก หากว่าคมๆ กว่านี้ซักหน่อย ทั้งการหลุดเข้าไปยิงจ่อๆ ของ อเล็กซิส, จังหวะอัดเต็มข้อของ เอร์เรร่า และจังหวะ แม็กโทมิเนย์ ขึ้นโหม่ง น่าเสียดายที่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ เป็นเกมที่ครองเกมได้เกือบจะตลอด และเก็บบอลจังหวะสองได้เกือบหมด แทบจะไม่มีอะไรต้องตำหนิ อาจมีบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่หนักหนามากขนาดนั้น


การที่ทีมได้พัก แรชฟอร์ด, ลินการ์ด และ ลินเดอเลิฟ และยังเก็บชัยชนะได้แบบไม่ยากเย็น ถือว่าเป็นไปตามแผน 




แถมยังมีเวลาเปลี่ยน มาร์กซิยาล, ป๊อกบา และ เอร์เรร่า ออกมาพัก ถือว่าทำทุกอย่างได้ตามเป้าหมาย


หลังจากนี้จะเริ่มเข้าสู่งานยาก และต้องว่ากันไปแบบเกมต่อเกม แต่ด้วยฟอร์มแบบนี้ โมเมนตัมแบบนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าแฟนปีศาจแดงทุกคนก็พร้อมแล้วที่จะเดินไปด้วยกัน


หลายสิ่งหลายอย่างดูเข้าทาง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลงานของฟอร์มการเล่นของนักเตะ ผิดจาก เปแอสเช ที่ดูดร็อปลงไปจากวันที่ถูกจับสลากมาเจอกันไม่ว่าจะเป็นปัญหาบาดเจ็บหรือผลงานของพวกเขา


อย่างไรก็ตาม โซลชา จะไม่ประมาท เพราะความประมาทจะมาซึ่งหนทางแห่งความพ่ายแพ้ และนั่นจะทำให้ "โอเล่" กำชับกับลูกทีมให้ใส่แบบเต็มที่เพื่อแฟนบอลและเพื่อกุมความได้เปรียบก่อนเกมนัดที่ 2


เกมแรกที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด จึงสำคัญเป็นอย่างมาก สำคัญยิ่งกว่าสถิติการเจอกันเป็นหนแรกในเวทียุโรปของทั้งสองทีม


และที่สำคัญไปกว่านั้นคือจะเป็นการดวลกับ "ของจริง" (อีกครั้ง) ที่หนนี้เกิดขึ้นในเวทียุโรป ซึ่งบทพิสูจน์ "ของจริง" ที่ว่าก็คือการผ่านทีมมหาเศรษฐีอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ไปให้ได้








เช้าวันพุธนี้ เหล่าบรรดาเร้ด อาร์มี่ ก็จะได้ทราบกัน …








-แมนคูเนี่ยน-