Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ลุ้นกันต่อที่เบร์นาเบว

news-header



ศึก เอล กลาซิโก้ ฉบับ โกปา เดล เรย์ ยกแรกผ่านไปแล้วเรียบร้อย โดยเสมอ 1-1 ต้องไปชี้ขาดนักที่ 2 ที่เบร์นาเบว


โดยภาพรวมทั้งสองทีมต้องบอกว่าเล่นดีกันคนละครึ่ง 45 นาทีแรก เป็นของราชันชุดขาว ส่วนครึ่งหลังเป็นของบาร์เซโลน่า


ทั้งสองทีมต่างก็จัดทีมที่ดีที่สุด โดยมีการสับเปลี่ยนผู้เล่นในบางตำแหน่งอย่าง เรอัล มาดริด ตำแหน่งกลางรับ มาร์กอส ยอเรนเต้ ได้ลงเล่น

แทน กาเซมีโร่ ฝั่งบาร์ซ่า เอร์เนสโต้ บัลเบรเด้ เลือกดร็อป ลิโอเนล เมสซี่ ไว้ที่ข้างสนาม โดยให้ มัลค่อม ลงเล่นแทน เหตุผลเพราะเมสซี่ 

อาจเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บมา ด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่สมบูรณ์ 100% การนั่งสำรองแล้วค่อยลงมาเปลี่ยนเกมในครึ่งหลัง ดูจะเหมาะสมกว่า ส่วนตำแหน่งอื่นๆก็เป็นชุดใหญ่ตามที่คาด




อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เกมครึ่งแรกเป็นของ เรอัล มาดริด อย่างชัดเจน ทัพ "โลส บลังโกส" ออกสตาร์ทได้ดีกว่าชัดเจน เล่นเกมของตัวเองได้เร็วกว่า ด้วยวิธีการเล่นบีบเร็ว เพรสซิ่งสูงใส่ ตัวขึ้นเกมตรงกลางของ บาร์เซโลน่า ทั้ง ราคิติช และ บุสเก็ตส์ ก่อนฉวยโอกาสรุกเร็ว โดยอาศัยความขันของ วินิซิอุส จูเนียร์, ลูกัส บาสเกซ และแผงมิดฟิลด์ที่มีทักษะอ่านเกมดีอย่าง โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช เป็นตัวช่วย


แล้ววิธีการนี้มันก็ได้ผล อิวาน ราคิติช โดนบีบจนเสียบอล และดันเร็วเข้าสู่กรอบเขตโทษ จนนำไปสู่การได้ประตู


คนที่เล่นได้โดดเด่นสุดในครึ่งแรกของมาดริดคือ วินิซิอุส กองหน้าดาวรุ่งบราซิเลียน โช้ทักษษะการเลี้ยงหลบ การลากเลื้อยจังหวะ1 ต่อ 1 ทำได้ดี อย่างน้อยต้องมีผู้เล่นบาร์ซ่า 1-2 คนเข้าตามประกบในจังหวะการเล่น และดึงตัวประกบคู่แข่งได้ จนก่อให้เกิดช่องว่างกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ




ประตูขึ้นนำต้องให้เครดิตกับวินิซิอุสที่เป็นคนจุดประกาย โดยการครอสบอลไปที่เสาสอง จนเป็นที่มาของการยิงประตูของ ลูกัส บาสเกซ


อย่างไรก็ตาม แม้วินิซิอุส จะเก่ง ทักษะดี แต่เขายังมีข้อก้อยอยู่ที่ไม่สามารถพัฒนาได้ในระยะสั้น นั่นคือ ประสบการณ์ บางจังหวะเขายังไม่นิ่ง 

และยังขาดความแม่นยำอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจได้เป็นเรื่องปกติของเด็กอายุ 18 ยังมีเวลาพัฒนาอีกเยอะ แต่ได้เล่นเกมใหญ่แบบนี้ และเล่นได้ดี นับว่าน่าทึ่งแล้ว


ครึ่งหลัง บัลเบร์เด้ แก้หมากให้ผู้เล่นบาร์ซ่าตื่นตัวในการเล่นมากกว่าเดิม ยกระดับเกมได้ดีขึ้น เล่นกันรวดเร็วมากกว่าเดิม โดนเน้นตรงแบ็กซ้ายพื้นที่รับผิดชอบของมาร์เซโล่ ที่ชอบเติมสูงและมักลงไม่ทัน โดน มัลค่อม ที่เร็วและปราดเปรียวเล่นงานใส่ ประกอบกับมี เนลสัน เซเมโด้ ขึ้นมาเสริมช่วยต่อเกมทำให้มาดริด เสียประตูจากจุดนั้น


บอลยาวจากแดนหลังให้อัลบาที่สอดเติมขึ้นบีบให้ เกย์ลอร์ นาวาส ต้องพุ่งออกมาสกัด สกัดทีแรกโดนยิงซ้ำและเกือบจะเข้าอยู่แล้ว 

แต่กองหลังดันสกัดออกมาอีกครั้ง คราวนี้มาเข้าทางมัลค่อม เลยได้โอกาสซัดตีเสมอ




มัลค่อม เป็นคนที่เล่นได้ดีในเกมนี้ ขยัน มุ่งมุ่น มีความพยายามจะพิสูจน์ตัวเองมาก และได้รับเสียงชื่นชมไม่น้อยหลังจบเกม 

ตรงข้ามกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ๋ ที่ยังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ยังเค้นฟอร์มเก่งกลับมาไมได้น่าเป็นก่วงจริงๆสำหรับคูตี้ในตอนนี้


หลังได้ประตูตีเสมอ เมสซี่ ก็ถูกส่งลงมา และบาร์ซ่าก็กลบมาเป็นบาร์ซ่าทีมเดิม ครองบอล ต่อบอลอย่างไหลลื่น กลับมาเป็นฝ่ายไล่กดดัน

เรอัล มาดริด อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันบาร์ซ่าที่ไม่มีเมสซี่ มักทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ในอนาคตถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลที่สุด


การลงเอยด้วยผลเสมอสำหรับทั้งสองทีม ถือเป็นสกอร์ที่ค่อนข้างยุติธรรมแล้ว ฝั่งมาดริดอาจมีเสียดายอยู่บ้างที่ช่วงเวลาที่เล่นดีใน 45 นาทีแรก พวกเขาไม่สามารถบวกสกอร์ได้มากกว่า 1 ลูก


ส่วนบาร์ซ่า คงเสียดายในช่วง 20 นาทีของครึ่งหลังที่กดดัน มาดริด ได้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถพลิกขึ้นนำได้ ทั้งๆทีมีโอกาสเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาหน้ากรอบเขตโทษอยู่หลายครั้ง


เรอัล มาดริด อาจฉวยความได้เปรียบไปก่อนด้วยอะเวย์โกล แต่นั้นก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้เหล่ามาดริดิสต้าอุ่นใจได้ ทุกอย่างยังคงเปิดกว้าง 

ยังยากที่จะคาดเดาได้






เอล กลาซีโก้ ภาคโกปา เดล เรย์ 2019 ใครกันจะเป็นฝ่ายตบเท้าเข้าสู่รอบชิงฯ คำตอบคงอยู่ที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นี้








-แมนคูเนี่ยน-