Premier League
2018/2019

ข่าวฟุตบอลล่าสุด

ตัดสินกันนัดสุดท้าย

news-header


 ลิเวอร์พูล ต้องลุ้นเหนื่อยเข้ารอบน็อกเอาท์สุดท้าย หลังบุกไปโดน เปแอสเช สอยมา 2-1 เป็นเกมหลายอย่างไม่เป็นใจหงส์แดงเป็นอย่างมาก ทำให้กลุ่มนี้ต้องไปลุ้นกันนัดสุดท้าย

แม้ก่อนเกม "เดอะ ค็อป" ทั้งหลายจะหวังว่าด้วยฟอร์มการเล่นที่ดีในซีซั่นนี้น่าจะทำให้หงส์แดงดีพอถึงบุกเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง 

ได้ถึงถิ่นเลย แต่บนโลกแห่งความเป็นจริงมันมีอะไรที่โหดร้ายมากกว่านั้น เท่ากับว่าทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พุ่งชนความพ่ายแพ้รวดทั้ง 4 เกมเยือนหลังสุดในแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรเลยด้วย


กุนซือเยอรมันเริ่มต้นเกมนี้ด้วยแผนที่ค่อนข้างรัดกุม เพราะก่อนหน้าเกมเจอปารีสฯ นี้ ลิเวอร์พูล ดันบุกไปไปแพ้ เซอร์เวน่า ซเวซด้า แบบพลิกล็อค ที่เบลเกรด ฉะนั้นเกมนี้จึงต้องมาเน้นรับให้รัดเหนียวแน่น เพราะขอเพียง 1 แต้มที่ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ พวกเขาก็จะยังอยู่ในเส้นทางที่สดใส


คล็อปป์ เลือกปรับระบบจาก 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 พร้อมใส่ โจ โกเมซ แทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในตำแหน่งแบ็กขวา พลางถอด เซอร์ดาน ชากิรี่ ออกแล้วใส่ เจมส์ มิลเนอร์ ไปบู๊ในแผงกลางแทน




ส่วนกองหน้ากลับมาใช้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แทน แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ซึ่งมันเป็นชุดเดียวกันที่เจอปารีสฯ ในนัดแรกที่แอนฟิลด์ ที่ลิเวอร์พลูเฉือนชนะไป 3-2 ทว่าปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของ โธมัส ทูเคิ่ล นั้นเป็นช้อยส์บังคับชนะสถานเดียวเพื่อจะได้มีแต้มแซงหน้าหงส์แดง และไปกำหนดชะตาชีวิตตัวเองในเกมสุดท้าย


มันจึงทำให้พวกเขาพยายามบุกหนักจากทุกทิศทุกทางจนกระซวกตาข่ายได้ตั้งแต่หัววัน


เกมของ ปารีส เป็นไปตามที่ ทูเคิ่ล บอกก่อนเกมทุกอย่าง เขาพูดว่าทีมของเขาจะต้องเล่นให้เร็วเพื่อทำลายระบบเกมรับของ ลิเวอร์พูล


จะเห็นได้ว่าตั้งแต่ออกสตาร์ทนาทีแรก เปแอสเช พยายามเล่นแบบวันทัชยามครองบอล ขณะที่เวลาเสียบอลก็จะวิ่งไล่เพรสซิ่งเร็วตั้งแต่แดนบนเลยทีเดียว จนผู้มาเยือนทำเกมของตัวเองไม่ถนัด บีบให้แข้งหงส์พลาดเสียบอลแล้วลงโทษ เอาชนะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เมินจะเล่นตามสไตล์ที่ตัวเองถนัดเน้นความระมัดระวังและเพลย์เซฟมากเกินไป


อย่างลูกแรกที่้เสีย ลิเวอร์พูลก็โดนการจู่โจมเร็วของ ปารีส ซึ่งเกิดเครื่องหมายคำถามว่าแผงมิดฟิลด์ทั้งสามรายจำเป็นไหมที่จะต้องยืนสูงกว่ากึ่งกลางสนาม ในขณะที่เจ้าถิ่นทะลุขึ้นมาถึง 5 คน ขวาหนึ่ง ซ้ายหนึ่ง ตรงกลางหน้าสุดหนึ่ง และตรงกลางลำเลียงบอลตัวต่ำมาอีก 2


สังเกตุว่าจังหวะนั้นเกมรับของหงส์แดงเหลือเพียง 3 ราย โดย โกเมซ วิ่งลงมาไม่ทัน และมันก็เปิดโอกาสให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ พาบอลเข้าเขตโทษไปตบเข้ากลาง แม้จะติด เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ทีแรก ทว่าสุดท้ายก็ยังเป็น ฆวน เบร์นาต ที่จบสกอร์เข้าไป




จุดเริ่มต้นมันเพราะ ลิเวอร์พูล ไปเสียการครอบครองบอลกันง่ายเกินไปในแนวรุก


ส่วนประตูที่สองยิ่งชัดเจน เป็นจังหวะที่หงส์แดงพาบอลไปในแดน ปารีส แท้ๆ แต่พอโดนตัดได้เพียงชั่วพริบตาเดียว เมื่อแบ็กสองฝั่งลอยสูงโดยเฉพาะด้านขวา เปแอสเช เลยใช้พื้นที่ว่างตรงนั้นในการสวนกลับ


ลิเวอร์พลู มาได้ประตูตีไข่แตกจากจุดโทษในช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ทำให้เหมือนเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจะทำให้ ลิเวอร์พูล กลับสู่เกมได้ก็ต้องยอมรับว่ามาจากความเฟอะฟะของ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องกระโดดเสียบสองขาคู่ใส่ ซาดิโอ มาเน่ แบบนั้นเลย


ครึ่งหลัง ทูเคิ่ล ปรับแผนทันที เลิกเพรสซิ่งสูง เลิกไล่บอลแดนบน เปลี่ยนวิธีมาเน้นแพ็คในแดนตัวเอง พร้อมใช้โอกาสโต้กลับจากความเร็วของ เอ็มบั๊ปเป้ นั่นจึงทำให้ ลิเวอร์พูล เหมือนจะครองบอลบุกฝ่ายเดียว


แต่ก็ได้เพียงวูบวาบและเฉี่ยวไปเฉี่ยวมา แทบไม่มีจังหวะอันตรายๆให้ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ต้องออกแรงเซฟลูกยากสักครั้ง


สุดท้ายลิเวอร์พลูไม่สามารถทำประตูตามตีเสมอได้แพ้ไป 2-1 กับความพ่ายแพ้ในนัดนี้ นอกจากสกอร์แล้ว แนวรุกอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, 

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ต่างเงียบหายทั้งหมด ซาล่าห์นี่เงียบหายไปเลย แถมมีส่วนทำเสียประตูที่สองหลังเสียบอลหน้าเขตโทษคู่แข่ง ส่วนมาเน่ ก็โดนลักพาตัวหายจากสนาม




ทั้งหมดก็แพ้ให้กับ ธิโล เคห์เลอร์ , มาร์กินโญส และ ติอาโก้ ซิลวา โดยเฉพาะซิลวา กัปตันปารีสที่ป้องกันเกมรับได้อย่างดีเยี่ยม ยืนคู่กับ มาร์กินญอส ยิ่งแข็งแกร่ง


ต่อมาคุณภาพในแดนกลางชุดนี้มีไม่มาก มีแต่ตัวผึ้งงาน ไม่มีตัวสร้างสรรค์เกมรุกที่ดี อย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน , จีนี่ ไวนัลดุม และ มิลเนอร์ เมื่อถูกเจ้าถิ่นบีบเข้าใส่หนักๆ ก็ไปไม่เป็น พลิกบอล ครองบอลไม่ได้ ทำเกมรุกขึ้นหน้าไม่ได้ และไม่สามารถหยุดการทะลุทะลวงของทั้ง มาร์โก แวร์รัตติ และ เนย์มาร์ อยู่


ต้องยอมรับอย่างไร้ข้อโต้แย้งสำหรับลิเวอร์พลู ว่านี่คืออีกเกมหนึ่งที่ย่ำแย่ไปทุกส่วน ส่วนเปแอสแช ก็สมควรแล้วที่จะเป็นผู้ชนะ


แพ้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เสียความมั่นใจจากนัดนี้ ไม่ใช่แค่ต้องชนะ นาโปลี 1-0 ที่จะได้เข้ารอบเพราะเฮดทูเฮดเท่ากันแต่ประตูได้มากกว่า ต้องชนะนาโปลี 1-0 หรือช่องว่างสองลูกเป็นสกอร์บังคับ


ถ้าชนะ 1-0 แต้มเท่า แล้วเฮด ทู เฮด เท่า แต่ประตูได้จะมากกว่า และต้องระวังห้ามเสียประตูในบ้านให้นาโปลี เกิดชนะ 2-1 ขึ้นมา 

ลิเวอร์พลูจะตกทันที เพราะอเวย์โกลประตูทีมเยือนนาโปลีมีมากกว่าและเป็นเข้ารอบแทน





เกมนัดสุดท้ายจึงมีความสำคัญเทียบเท่านัดชิงฯ ก็ว่าได้ หงส์แดงจะต้องเล่นให้แบบเพอร์เฟกต์สุดๆ ละเอียด รอบคอบ อย่าพลาดแบบแพ้ นาโปลี พ่ายต่อ เร้ดสตาร์ และพังพาบที่ปารีสนี่แหละ







-แมนคูเนี่ยน-